The Winchester House ตำนานบ้านหลอน ที่สร้างจากเรื่องจริง

The Winchester House ตำนานบ้านหลอน ที่สร้างจากเรื่องจริง

ถ้าช่วงนี้ใครได้มีโอกาสได้ชมภาพยนตร์ในโรงหนังอาจจะได้ชมตัวอย่างภาพยนตร์ เรื่อง The Winchester House เนื้อหาคร่าวๆคือ แม่ม้ายมหาเศรษฐีที่สร้างบ้านต่อเติม แบบไม่หยุดไม่หย่อน ประเด็นคือ บ้านหลังนี้ ไม่ได้ให้คนอยู่แต่สร้างให้ผีอยู่The Winchester House การันตีว่าหนังเรื่องนี้สร้างจากเรื่องจริง สำหรับบ้านหลอน The Winchester House มีที่มาความหลอนดังนี้

Winchester  คือตระกูลมหาเศรษฐี ในยุค Civil War ถามว่าทำไมถึงรวยขนาดนี้ เพราะตระกุลนี้ผลิตปืนไรเฟิลและแน่นอนว่าได้เป็นเจ้าใหญ่ ที่ขายให้กับเหล่าทหารรบในศึก Civil War นั้นเอง มีคนขนานามว่าตระกูลนี้ ก็คงรวยพอๆกับ โทนี่ สตาร์ค ในยุคนี้เลยก็ว่าได้

คฤหาสน์ อาถรรพ์ Winchester ที่ตั้งของมันอยู่ที่ San Jose รัฐแคลิเฟอเนี่ย ครั้งหนึ่งมันเคยเป็นของนางสาว ซาร่า วินเชสเตอร์  ภรรยาหม้ายของพ่อค้าปืน วิลเลี่ยม วินเชสเตอร์ โดยมันตั้งอยู่ที่บ้านเลขที่ 525 S Winchester Blvd  เมือง San Jose ก่อสร้างตามแบบสไตล์ วิคตอเรีย มีขนาดกว้างใหญ่ ด้วยสถาปัตยกรรมอันน่าพิศวง จึงทำให้มันถูกยกย่องให้เป็นมรกดทางประวัติศาสตร์ ของแคลิฟอเนีย

โดยปัจจุบัน มีบริษัทเอกชน เป็นผู้ดู เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้ามาเยี่ยมชม  แต่หลังจากให้เปิดให้ผู้คนได้เข้ามาเที่ยว มันกลับมีข่าวลือกันไปเป็นวงกว้าง จากปากคำของผู้ดูแลบ้านคนปัจจุบัน ที่ทำหน้าที่เป็นผู้นำเที่ยวในบ้านเล่าว่า ในหลายครั้งที่เธอต้องเดินผ่านประตูปิดตายตามห้องต่างๆเธอจะต้องได้ยินเสียงใครบางคนเดินอยู่ที่ชั้นบนของบ้านเสมอ ทั้งๆที่ภายในบ้านตอนช่วงเวลานั้นมีเพียงแต่เธอเพียงคนเดียว แล้วตั้งคำถามว่า เสียงที่ได้ยินนั้นมันมาจากใครกันแน่ ผู้นำเที่ยวอีกคน ก็เล่าว่า ในขณะที่กำลังพานักท่องเที่ยวเดินไปเรื่อยๆนั้นเค้าเห็นหญิงชราร่างเล็กในชุดแบบวิคเตอเรีย ซึ่งเค้าเองก็คิดเองในวันนั้นว่า อาจจะมีไกด์คนอื่นแต่งกายแกล้งกัน  พอพูดถึงเรื่องนี้ตอนที่ทุกคนพร้อมหน้ามันก็กลับกลายเป็นว่าไม่มีใครทำอะไรแบบนั้น แล้วสิ่งที่เค้าเห็นตอนนั้นมันคืออะไร

A ghostly figure is seen looking out of a front window of the Winchester Mystery House from an enlarged photograph taken by the marketing director of Winchester Mystery House in San Jose, California. The room is not accessible to visitors of the house and none of the staff claimed responsibility for the figure. (Photo provided by the Winchester Mystery House)

นักท่องเที่ยวบางคนที่นำกล้องเข้ามาถ่ายภาพในบ้านก็พบกับความผิดปกติอยู่ภายในภาพ บางภาพก็จะเห็นเป็นกล่องไฟวงกลมสีขาวราวกับเป็นดวงไฟของวัญญาณ และที่ยิ่งไปกว่านั้น มีผู้ถ่ายภาพติดเงาร่างของใครบางคนที่ดูเหมือนกับผู้หญิงตัวเล้กที่ใส่ชุดเหมือนสาวชาว วิคเตอเรีย กำลังเดินผ่านประตู ซึ่งก็มีผู้วิเคราะห์กันว่าบางทีนั้นอาจะเป็นวิญญาของ ซาร่า วินเชสเตอร์  คุณนายอดีตเจ้าของบ้านก็เป็นได้

the winchester house

โดย คฤหาสน์ หลังนี้ถุกสร้างขึ้นในปี 1884 จากการออกแบบด้วยตัวของนาง ซาร่า วินเชสเตอร์เอง ว่ากันว่าเธอออกแบบไว้เช่นนั้นเพื่ออหลอกล่อเหล่าวิญญาณที่ถูกปืนจากบริษัทของสามีฆ่าตาย ให้พวกมันเกิดความสับสนและว่ากันว่า นาง วินเชสเตอร์ ออกแบบบ้านหลังนี้วันต่อวัน จากชั้นล่างสู่ชั้นบน ทั้งคืนทั้งวันโดยไม่มีการหยุดพัก จนกระทั่งวันสุดท้ายก็คือวันตายของเธอในวันที่ 5 กันยายน 1922 เธอเสียชีวิตในวัย 83 ปี อย่างสงบ และการก่อสร้างหยุดลงทันทีโดยเรื่องนี้ถูกยืนยันโดยผู้บันทึกประวัติของเธอว่า มีคนงานพลัดกันลาออกไปทุกเดือนเพื่อจะได้หยุดกันบ้าง และบันทึกว่าสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นตลอดมาเป็นเวลา 38 ปี

โดยประวัติของคฤหาส์หลังนี้มันเริ่มต้นขึ้นจาก สามีของเธอเสียชีวิตไปด้วยวัณโรค ในปี 1881 ซาร่า วินเชสเตอร์ จึงต้องรับช่วงมรดกของเค้ามากกว่า 20.5 ล้านเหรียญ รวมไปถึงหุ้นส่วนใหญ่ของกิจการ วินเชสเตอร์ ซึ่งเป็นบริษัทผลิตอาวุธจำพวกปืน

แต่แม้ว่าเธอจะต้องการหรือไม่ตอนนั้นเธอก็มีรายรับวันละ 1000 เหรียญ ที่เมื่อเทียบกับค่าเงินปัจจุบันนี้มันก็น่าจะเท่ากับ วันละ 2 หมื่น 3 พันเหรียญเลยทีเดียว ซึ่งทั้งหมดนี้ก็ถือว่าเป็นเงินที่มากมายพอที่จะนำมาใช้จ่ายในงานก่อสร้างบ้านไม่มีวันเสร็จของเธอ

the winchester house

หนังสือพิมพ์ในยุคนั้นต่างก็ยืนยันข้อมูลว่ามีช่วงหนึ่งหลังจากที่ลูกสาวของเธอเสียชีวิตลงโดยไร้สาเหตุในอายุเพียง 6 เดือน ซาร่า วินเชสเตอร์ ตกอยู่ในภาวะซึ่มเศร้าและต้องเข้ารับการบำบัดถึง 10 ปี กว่าจะได้กลับมาใช้ชีวิตแบบคนปกติ แต่หลังจากนั้นอีกไม่นานสามีของเธอก็ได้ตายจากไป หลังจากนั้นเธอก็ได้ติดต่อกับคนทรงเพื่อติดต่อกับสามีและลูกสาว เพื่อคลายความโศกเศร้า ในที่สุดเธอก็สามารถติดต่อกับลูกาว และสามีได้ โดยสามีได้กล่าวถึงการตายไว้ว่าเกิดจากแรงสาปแช่ง แรงอามาตรแค้น

จากเหล่าคนที่เสียชีวิตด้วยปืนกลของบริษัท วินเชสเตอร์ คนทรงจากบอสตันแนะนำให้เธอย้ายออกจากบ้านที่ นิว เฮฟเว่น แล้วให้ออกเดินทางไปทิศตะวันตก และที่นั้นนอกจากเธอจะต้องสร้างบ้านใหม่ให้ตัวเองแล้ว เธอจะต้องออกแบบเผื่อเอาไว้สำหรับรับมือวิญญาณของพวกคนอื่นๆที่ต้องตกเป็นเหยื่อปืนไรเฟิลที่ผลิตจากบริษัท สามีของเธอด้วย นั้นจึงทำให้นาง วินเชสเตอร์ ตัดสินใจเดินทางออกจากนิว เฮฟเว่น ไปยังรัฐ แคลิฟอเนีย โดยคิดว่ามันน่าจะมีหนทางบ้าง ในการหาที่ทางสร้างบ้านหลังใหม่ อีกทั้งจะได้มีอะไรทำในช่วงที่ชีวิตกำลังหดหู่อยู่แบบนั้น โดยมีกฏอยู่ 1 ข้อ คือเธอจะต้องสร้างบ้านไปเรื่อยๆ ไม่เช่นนั้นเธอจะตกเป็นเหยื่อคนต่อไป

มีหลายแหล่งข่าวระบุว่านาง วินเชสเตอร์ เริ่มเชื่อว่า ครอบครัวของเธอรวมถึงดวงชะตาของตัวเองกำลังถูกครอบงำโดยผีสางอะไรสักอย่างและการย้ายออกมาทางตะวันตกเพื่อสร้างบ้านไปเรื่อยๆมันก็น่าจะทำให้เธอสามารถเยียวยาจิตใจตัวเองให้ดีขึ้นได้ ในปี 1884 นางวินเชสเตอร์ได้ซื้อไรที่สร้างยังไม่เสร้จแห่งหนึ่งมันอยู่แถวหุบเขา ซานตาคารา พอได้ที่ดินแห่งนี้มา เธอก็เริ่มสร้างที่อยู่ของเธอในทันที ช่างก่อสร้างจำนวนมาก ถูกจ้างมาทำงานทั้งวันทั้งคืน มันเป็นบ้านระดับ คฤหาส์น ขนาด 7 ชั้น โดยผู้ออกแบบนั้นก็คือตัวของเธอเอง ไม่ได้ไปจ้างสถาปนิคที่ไหนมาช่วยเลย นั้นหมายความว่า ในขั้นตอนการออกแบบบ้านหลังนี้เธออยากจะได้อะไรตรงไหนเธอก็จะสั่งช่างให้จัดการให้โดยไม่สนใจว่ามันจะผิดรูปแบบมารตฐานที่ควรเป็นได้ขนาดไหน

the winchester house

และด้วยเหตุนี้จึงทำให้ตัวบ้านเต็มไปด้วยความแปลกประหลาด ไม่ว่าจะเป็นประตูและบันได ทอดยาวขึ้นไปทีเพดานหน้าต่างที่สร้างไว้สำหรับมองทะลุไปยังห้องอื่นๆ และยังมีบันไดที่นอกจากดูวุ่นวายแล้วมันยังมีขนาดใหญ่เล็กปะปนกันไป ซึ่งก็มีหลายคนบอกว่า ทุกการออกแบบในบ้านหลังนี้มันมาจากความเชื่อเรื่องผีสางของเธอนั้นเอง

เหตุการช่วง ปี 1906

ตอนช่วงแผ่นดินไหวในปี 1906 บ้านวิเชสเตอร์แห่งนี้มีความสูงถึง 7 ชั้น แต่ในปัจจุบันมันเหลือเพียง 4 ชั้นเท่านั้น วัสดุส่วนใหญ่ของบ้านทำด้วยไม้ เรทวู๊ด ซึ่งมันก็ถือเป็นความต้องการของเธอเช่นกัน ช่างต้องใช้สีมากกว่า 7 หมื่น ลิตร ในการทาสีบ้านให้ครอบคลุมตามจุดที่ต้องการ ฐานของบ้านในแต่ละส่วนล้วนแยกกออกจากันเป็นของตัวเอง ซึ่งมันก็ทำให้แต่ละส่วนของบ้านไม่กระแทกกันเอง

ในช่วงการเกิดแผ่นดินไหว ในปี 1906 และ 1989 และการออกแบบฐานของบ้านเช่นนี้มันก็เอื้อต่อการต่อเติมไปเรื่อยๆ เพราะตัวฐานเองก็ไม่ได้ยึดกับพื้นปูนอย่างแน่นหนา หลังจากการตรวจนับแล้วบ้านวินเชสเตอรื หลังนี้ จะมีห้องอยู่ 161 ห้อง มันประกอบด้วย 46 ห้องนอน 2 ห้องบอลลูม ซึ่งมีห้องหนึ่งนั้นยังสร้างไม่เสร็จ มีเตาพิง 47 แห่ง 5 ห้องครัว บานกระจก 1 หมื่นบาน ปล่องไฟ 2 ปล่อง ห้องใต้ดิน 2 แห่ง มีลิฟต์ 3 หลัง ใช้เนื้อที่สร้างทั้งหมด 162 แอเคอร์

โดยในภายหลังถูกลดขนาดลงมาเหลือ 4.5 เอเคอร์ ภายในประดับโคมไฟระหย่าสีเงินและสีทอง พื้นบ้านเป็นปาร์เก่ งานแอนเมด และด้วยความที่นาง วินเชสเตอร์ โรคไขข้ออักเสบ บันไดเดินง่ายแบบพิเศษจึงถูกติดตั้งเพื่อการนี้ มันทำให้เธอเดินไปไหนมาไหนภายในบ้านได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องยกเท้าสูงจากพื้นมากมายนัก แต่ที่แปลกมากไปกว่านั้นก็คือ ทั้งๆที่ตัวบ้านเต็มไปด้วยห้องจำนวนนับ 100 แต่มันกลับมีห้องน้ำที่ใช้ได้จริงๆอยู่เพียงห้องเดียว ส่วนห้องน้ำที่เหลือ ถูกสร้างเอาไว้เพื่อให้วิญญาณสับสนและเรื่องนี้ก้เป็นสาเหตุเดียวกันที่ทำให้เธอต้องนอนสลับห้องไปมาในแต่ละคืนด้วย

ของตกแต่งในบ้านก็ล้วนแต่เป็นของหายากในช่วงนั้น มันประกอบไปด้วยเครื่องทำความร้อนแบบไอน้ำ ห้องน้ำแบบสมันใหม่และท่อปะปา ปุ่มกดเปิดไฟจากแก๊ส และยังมีฝักบัวอาบน้ำร้อนส่วนลิฟต์ทั้ง 3 หลังก็ใช้ระบบไฟฟ้าควบคุมด้วยไฮโดลิค ในส่วนของประดับนั้นนางวินเชสเตอร์ก็ไม่ได้ละเลยรายละเอียด เธอใส่ใจทุกๆอย่างๆกระจก สิ่งของหน้าต่างถุกสร้างโดยบริษัท ทิฟฟานี และในหลายจุดก้ออกแบบให้เธอโดยเฉพาะ บางส่วนเธอก้ออกแบบเอง อย่างเช่น ช่องบานกระจกใยแมลงมุม และการใช้จำนวนเลข 13 ประกอบ

ในการออกแบบ ว่ากันว่ามันเป็นสิ่งที่เธอชอบแต่มันก็กลับกลายเป็นว่า หน้าต่างดังกล่าวนี้ไม่ได้ถูกติดตั้งแต่อย่างใด มันถุกพบอยู่ในห้องเก็บของที่ถูกเรียกว่า ห้องเก็บของ 2 หมื่น 5 พันเหรียญ ตามราคาของที่ถูกเก็บอยู่ในนั้น ซึ่งถ้าจะเทียบกับค้าเงินปัจจุบันมันก็น่าจะมีมูลค้าประมาณ 3 แสน 5 หมื่นเหรียญเลยทีเดียว มีหน้าต่างอีกบานที่ออกแแบโดย ทิฟฟานี่ เจ้าของบริษัท ที่จะเรืองแสงเป็นสีรุ่งยามที่มันต้องถูกแสงอาทิตย์ แต่หน้าต่างบานนี้กลับถูกติดตั้งอยู่ภายในห้องที่ไม่มีจุดไหนจะสามารถรับแสงได้เลย ราวกกับว่าเธอไม่อยากจะให้ใครแห่งความสวยงามนั้น

ต่อมานางวินเชสเอตรื ก็เสียชีวิตไป ทรัพย์สินทั้งหมดของเธอถูกแบ่งให้กับหลานสาวและเลขาส่วนตัว โดยหลานสาวก็นำของที่มีทั้งหมดออกประมูลขาย การขนส่งต้องใช้รถบรรทุกถึง 6 คัน ขนสงต่อเนื่อง 8 ชม. ต่อวัน กินเวลายาวนานกว่า 6 สัปดาห์ ในส่วนตัวบ้านนั้นถุกประเมินว่าไม่สามารถขายได้ราคาเนื่องจากมันเคยผ่านเหตุการณ์แผ่นดินไหวมาถึง 2 ครั้ง แต่อย่างไรก็ดี

บ้านหลังนี้ก็ถุกนำมาประมูลขายในราคาเพียง 1 แสน 3 หมื่น 5 พันเหรียญเท่านั้น และต่อมามันก็ได้ถูกเช่าเหมาต่อเป็นเวลา 10 ปี และซื้อมันในเวลาต่อมา ในเดือนกุมภาพันธ์ 1923 5 เดือนหลังจากนางวินเชสเตอร์เสียชีวิตไปนั้น บ้านหลังนี้ถูกเปิดให้คนทั่วไปเดินทางเข้ามาเยี่ยมชม โดยมีนาง เมมี่บลาว์ เป็นคนพาเที่ยวด้วยตัวเอง และในปี 1924 แฮรี่ นักมายากลผู้ยิ่งใหญ่ก็แวะมาเที่ยวที่บ้านหลังนี้ด้วย โดยการมาของเขาทำให้หนังสือพิมพ์ประโคมข่าวเรื่องบ้านหลังนี้ว่า บ้านอาถรรพ์วินเซสเตอร์ และมันก็ถูกเชื่อแบบนี้มาถึงปัจจุบัน

ปัจจุบันบ้านวินเชอเตอร์ เป็นของบริษัท วินเชสเตอร์ อินเวทเม้น ที่ถูกตั้งโดยลุกหลานของจอร์นและแมมี่บราว ตัวบ้านยังคงอนุรักษณ์รูปแบบเดิมไว้ โดยว่ากันว่าวิญญาณเหล่านี้ก็คือแรงบรรดาลใจที่ทำให้เธอออกแบบบ้านจนวกวนวุ่นวายแบบนี้ ทั้งช่องหน้าตารูปใยแมลงมุม และเลข 13 มันก็ถือเป็นเลขโชครางสำหรับเธอ

อีกทั้งรายละเอียดอย่างเช่น โคมไฟระย่าที่มันควรจะมีเชิงเทียน 12 แท่งก็ถูกสั่งทำให้เป็น 13 แท่ง ที่แขวนเสื้อผ้าติดกำแพงก็มี 13 แห่ง หน้าต่างกระจกสี 13 สี รูระบายน้ำในอ่าง 13 รู ต้นไม้ในสวนก็ถุกตัดแต่งให้เป็นรูป 13 และทุกวันศุกร์ที่ 13 ก็จะมีเสียงระฆังดังขึ้นมา 13 ครั้ง

และปี 2016 ที่ผ่านมา ทางบริษัท ได้ประกาศการพบห้องขึ้นมาอีกห้อง มันเป็นห้องใต้หลังคาที่มีออแกนวางอยู่ มีที่นอนเสื้อผ้า ภาพวาดแบบวิตเตอรืเรีย ซึ่งมันก็ได้ถูกเปิดให้นักเที่ยวเข้ามาชมแล้วเช่นกัน ในปี 2017 คฤหาส์อาถรรพ์วิเชสเตอรืก็ได้เปิดทัวรืทั้งวันเป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี

ข้อมูล  http://www.winchestermysteryhouse.com/



บทความอื่นๆเพิ่มเติม

คอมเม้นท์มาสิ อย่ารอช้า...

comments