สมองของคนฆ่าตัวตาย ทำงานอย่างไร?

เป็นเรื่องน่าเศร้า หากคนใกล้ชิดของคุณ เลือกจากไปก่อนเวลาอันควร หรือมันถึงเวลาแล้ว? ที่เราจะทำความเข้าใจสมองของพวกเราอย่างเป็นระบบมากขึ้น เพราะปัญหาการฆ่าตัวตายในยุคปัจจุบันเป็นเรื่องเร่งด่วน ทุกๆปีจะมีคนพยายามฆ่าตัวตาย 1 ล้านคน! และเกินครึ่งพวกเขาทำสำเร็จ

ในโลกวิทยาศาสตร์การฆ่าตัวตายไม่ใช้บาปกรรม หรือตัวชี้วัดความล้มเหลวของชีวิต แต่อาจเกิดจากสารเคมีในสมองที่ทำงานไม่สมดุล ส่งผลให้มนุษย์ไม่สามารถประมวลข้อมูล เมื่อเผชิญหน้ากับปัญหา พวกเขาจึงเลือกทางลัดที่น่าเศร้ากว่า

นักประสาทพยาธิวิทยา Andrew Dworck แห่งสถาบันประสาทวิทยา New York State ได้ทำการศึกษาสมองของคนที่ฆ่าตัวตายและสมองของคนที่ตายอย่างกะทันหัน เพื่อเปรียบเทียบว่าสารเคมีในสมองแตกต่างกันอย่างไร?

โดยตลอด 10 ปี เขาศึกษาสมองคนฆ่าตัวตายมาแล้วกว่า 175 ใบ ผลลัพธ์ที่ได้ชัดเจนและแจ่มแจ้ง! เซโรโทนิน (Serotonin) คือคำตอบ

เซโรโทนิน คือ สารสื่อประสาทที่มีหน้าที่หลักในการส่งผ่านความรู้สึก “เป็นสุขและพึงพอใจ” ในสมองของเรา คนที่อยู่ในภาวะซึมเศร้า สารสื่อประสาทชนิดนี้จะลดระดับลง ส่งผลให้เรารู้สึกซึมเศร้า ก้าวร้าวและจะแสดงออกอย่างรุนแรง

พร้อมๆกับ สมองส่วน “คอร์เทกซ์กลีบหน้าผากส่วนหน้า (Pre-frontal cortex)” ที่ทำงานบกพร่อง ซึ่งสมองส่วนนี้ทำหน้าที่สำคัญมากๆ ในการกำหนดรูปแบบการใช้เหตุผลและการตัดสินใจของเรา

ดังนั้น เซโรโทนิน ก็เปรียบเสมือน “เบรกฉุกเฉิน” ที่คอยรั้งเราไม่ให้วู่วาม ทำอะไรโดยปราศจากการยั้งคิดนั้นเอง!

Andrew Dworck ยังย้ำว่า สมองของคนที่ฆ่าตัวตายด้วยฤทธิ์ของยาเสพติดจะมีสารสื่อประสาทที่ทำงานคนละแบบ ซึ่งสารเสพติดเหนี่ยวนำให้เราฆ่าตัวตายได้ง่ายมากกว่าภาวะซึมเศร้าเสียอีก

ดังนั้น ภาวะซึมเศร้า คือ โรคที่เกิดจากเคมีในสมองทำงานในภาวะไม่สมดุล ที่หาทางเยียวยาได้ในทางการแพทย์ ไม่ใช่บุญกรรมนำแต่งที่เชื่อกันผิดๆ!

การพบจิตแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทจะช่วยให้เราทำความเข้าใจสมองตัวเองได้ดียิ่งขึ้น

หากคนใกล้ตัวคุณยอมรับว่า “เป็นคนที่มีภาวะซึมเศร้าได้ง่าย” แทนจะเหยียดหยามดูถูก เราควรใส่ใจกับการกระทำของเราเองให้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม

บทความอื่นที่น่าสนใจ :
ขอบคุณข้อมูลดีๆ : Biology of Suicide : ANDREW DWORCK, NEUROPATHOLOGIST, THE NEW YORK STATE PSYCHIATRIC INSTITUTE

คอมเม้นท์มาสิ อย่ารอช้า...

comments