ขึ้นชื่อว่าขนมหวานแล้ว ยากที่หลายคนจะปฏิเสธ เพราะด้วยความหวานอร่อยของขนมหวาน จะช่วยให้ผู้ที่รับประทานรู้สึกกระปรี้กระเปร่า สร้างความสดชื่นให้วันที่เหนื่อยล้าให้กลายเป็นวันที่แสนสดใส

และแทนที่เราจะออกนอกบ้านไปหาขนมหวานมาทาน คงจะดีกว่าถ้าเราสามารถทำกินเองได้ที่บ้านได้แบบง่ายๆ….

1. สาคูเมล่อนนมสด

ส่วนผสม

  1. สาคูเม็ดเล็ก
  2. ดอกอัญชัญ/น้ำมะนาว
  3. เมล่อน
  4. นมสด/กะทิเล็กน้อย
  5. น้ำตาลทราย/เกลือ

วิธีทำ

  1. ตักเมล่อนให้เป็นทรงกลม หรือทรงอื่นๆที่ชอบ แช่เย็นไว้
  2. ล้างสาคูให้สะอาดพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ
  3. ต้มน้ำให้เดือด ใส่ดอกอัญชัญลงไปต้มให้สีของดอกออกจนหมด ตักดอกทิ้ง ใส่น้ำมะนาวลงไปเล็กน้อยคนให้เข้ากันรอให้เดือดอีกครั้ง ใส่สาคูลงไปกวนไปเรื่อยๆเมื่อสาคูใกล้จะสุกเติมน้ำตาลลงไปเล็กน้อย ให้มีรสพอหวานปะแหร่ม กวนจนสุกอย่าให้แห้งเกินไป ถ้าแห้งให้คอยเติมน้ำลงไป พักไว้
  4. เทนมลงหม้อแล้วเติมหัวกะทิเล็กน้อย คนให้เข้ากัน นำไปต้มให้พอเดือด อย่าให้แตกพล่าน เติมน้ำตาลลงไปให้มีรสหวานกว่าสาคู เหยาะเกลือเล็กน้อย คนจนน้ำตาลละลาย ชิมรสตามชอบ
  5. ตักสาคูใส่ถ้วย วางเมล่อน ราดด้วยนม อร่อยได้เลย

ปล. นำทุกอย่างแช่เย็นไว้จะอร่อยมากกก

2. ขนมครองแครงกะทิสด (แครอทม่วง)

ส่วนผสม ครองแครงกะทิสดสีม่วง

  • แครอทม่วง
  • แป้งมัน 100 กรัม
  • กะทิ 200 กรัม
  • ใบเตย
  • น้ำตาลทราย 50 กรัม
  • เกลือหยิบมือ
  • งาขาวคั่ว

วิธีทำครองแครงกะทิสดสีม่วง

  1. ปอกเปลือกแครอทม่วง หั่นเป็นชิ้น เอาไปต้มในน้ำเดือด จะได้น้ำสีม่วง ยิ่งต้มนานสียิ่งเข้มขึ้น เตรียมไว้
  2. ร่อนแป้งมัน แบ่งส่วนหนึ่งใส่น้ำแครอทม่วงต้มเดือด (ต้องเป็นน้ำเดือด) ใช้ช้อนนวดแป้งกับน้ำให้จับตัวเป็นก้อน จากนั้นก็ใช้มือนวดต่อจนแป้งเนียนเข้ากันดี ส่วนตัวครองแครงสีขาวก็นวดแป้งมันส่วนที่เหลือ ปั้นแป้งเป็นก้อนกลม ใช้แป้งนวลโรยบนพิมพ์ จากนั้นกดแป้งลงบนพิมพ์ ค่อย ๆ ม้วนแป้งก็จะได้ตัวครองแครง เสร็จแล้วเอาไปต้มในน้ำเดือด พอสุกตัวครองแครงจะลอยขึ้น ตักขึ้นน็อกน้ำเย็น
  3. ต้มกะทิ ใส่ใบเตยเพิ่มกลิ่นหอม น้ำตาลทราย และเกลือ ต้มให้เดือด คนจนน้ำตาลละลายดี ตักครองแครงสะเด็ดน้ำใส่ลงไป ตักใส่ถ้วย โรยงาขาวคั่ว

3. แกงบวดลูกตาลกะทิสด

ส่วนผสม แกงบวดลูกตาล

  • ลูกตาล 1 ถุง (หั่นเต๋า)
  • กะทิกล่อง 450 มิลลิลิตร
  • น้ำตาลปี๊บ 100-120 กรัม (หรือแล้วแต่ชอบ)
  • น้ำตาลทราย 1-2 ช้อนโต๊ะ (หรือแล้วแต่ชอบ)
  • เกลือ 1/2 ช้อนชา
  • น้ำสะอาด 450 มิลลิลิตร
  • ใบเตย 5 ใบ

วิธีทำแกงบวดลูกตาล

  1. หั่นลูกตาลที่ปอกเปลือกแล้วเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า เตรียมไว้
  2. ใส่กะทิ น้ำตาลปี๊บ น้ำตาลทราย และเกลือลงในภาชนะ นำขึ้นตั้งไฟ คนให้ละลาย
  3. ใส่ลูกตาลที่หั่นแล้วลงไป รอจนเดือดแค่ปุด ๆ พอ อย่าให้กะทิเดือดพล่าน ปิดไฟ ตักใส่ถ้วย นำไปแช่ตู้เย็นก่อนเสิร์ฟจะอร่อยมากขึ้น

4. ไพลินกรอบน้ำกะทิ (ทับทิมกรอบสีฟ้า)

ส่วนผสม ทับทิมกรอบสีฟ้า

  • ดอกอัญชัน (ตัดขั้วออก ล้างน้ำให้สะอาด)
  • แห้วหั่นเต๋าเล็ก
  • ใบเตย
  • น้ำตาลทราย
  • น้ำ
  • แป้งมัน
  • กะทิผสมเกลือ (กะทิที่ปรุงด้วยเกลือพอเค็มปะแล่มไว้ตัดรสหวาน)
  • น้ำแข็ง

วิธีทำทับทิมกรอบสีฟ้า

  1. ต้มน้ำจนเดือดแล้วเทลงไปในอ่างผสมที่มีดอกอัญชันพอท่วม (น้ำไม่ต้องเยอะมากนะคะ พอท่วมสีจะได้เข็มไว ๆ) แยกเอาดอกอัญชันออกให้เหลือแต่น้ำ จากนั้นใส่แห้วที่หั่นไว้ลงไปแช่ทิ้งไว้จนได้สีตามชอบ ตักขึ้นมาคลุกกับแป้งมันให้ทั่ว
  2. ต้มน้ำจนเดือด ใส่ไพลินกรอบลงต้มจนสุก ตักลงแช่ในน้ำเย็น
  3. ทำน้ำเชื่อม โดยใส่น้ำตาลทราย 1 ส่วนต่อน้ำ 6 ส่วนลงในหม้อ ต้มด้วยไฟปานกลางจนน้ำเริ่มงวด
  4. ตักไพลินกรอบใส่ถ้วย ราดด้วยน้ำเชื่อม ส่วนผสมกะทิ และน้ำแข็ง พร้อมเสิร์ฟ

5. ขนมบัวลอยมันม่วงญี่ปุ่นกะทิสด

ส่วนผสม บัวลอยมันญี่ปุ่น

  • แป้งข้าวเหนียว 1 ถ้วยตวง
  • มันญี่ปุ่น (นึ่งสุกและบดละเอียด) 1/2 ถ้วยตวง
  • น้ำร้อน 6 ช้อนโต๊ะ
  • แป้งข้าวเหนียว (สำหรับทำแป้งนวล)
  • น้ำเปล่า (สำหรับต้มเม็ดแป้ง)
  • น้ำเย็น (สำหรับแช่เม็ดแป้ง)
  • กะทิ (ความเข้มข้นปานกลาง) 2 ถ้วยตวง
  • น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลทราย 6 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือป่นหยาบ 3/4 ช้อนชา
  • เนื้อมะพร้าวเผา (หั่นเป็นเส้น) 1/2 ถ้วยตวง
  • ใบเตย 2 ใบ
  • หัวกะทิ 1/4 ถ้วยตวง

วิธีทำบัวลอยมันญี่ปุ่น

  1. ผสมแป้งข้าวเหนียว มันญี่ปุ่นบดละเอียด และน้ำร้อนเข้าด้วยกัน นวดจนเนียนและสามารถปั้นเป็นก้อนได้
  2. ปั้นแป้งเป็นก้อนกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1/2 เซนติเมตร โรยแป้งนวลเล็กน้อย (เพื่อไม่ให้แป้งติดกัน)
  3. ต้มน้ำเปล่าพอเดือด นำเม็ดแป้งลงต้มจนสุกลอยขึ้นมา ตักขึ้นไปแช่น้ำเย็นพอคลายความร้อน เสร็จแล้วตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ
  4. ใส่กะทิลงในหม้อ ยกขึ้นตั้งไฟพอร้อน ใส่น้ำตาลปี๊บ น้ำตาลทราย เกลือป่น เนื้อมะพร้าวเผา และใบเตยลงไปต้มพอเดือด เติมหัวกะทิลงไป
  5. ใส่แป้งบัวลอยลงในหม้อคนให้เข้ากัน พอเดือดเล็กน้อยยกลง ตักใส่ถ้วย จัดเสิร์ฟ

6. วุ้นว่านหางจระเข้น้ำกะทิ

ส่วนผสม วุ้นว่านหางจระเข้น้ำกะทิ

  • ว่านหางจระเข้ 2-3 กาบ
  • น้ำเปล่า (สำหรับลวก)
  • เกลือป่น (สำหรับลวก)
  • เกลือป่น 1/2 ช้อนชา
  • น้ำหวานเฮลซ์บลูบอย กลิ่นสละ 1+1/2 ช้อนโต๊ะ
  • กะทิ 125 มิลลิลิตร
  • น้ำตาลปี๊บ 100 กรัม
  • น้ำแข็ง

วิธีทำวุ้นว่านหางจระเข้น้ำกะทิ

  1. ปอกเปลือกว่านหางจระเข้ ล้างให้หมดยาง หั่นเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า หรือหั่นเป็นเส้น เตรียมไว้
  2. ใส่น้ำเปล่าลงในหม้อ เติมเกลือป่นลงไป พอน้ำเดือดนำวุ้นว่านหางจระเข้ลงไปต้มจนสุก ตักขึ้นล้างน้ำเปล่าจนกว่าวุ้นจะหมดรสเค็ม ตักใส่ตะแกรง พักให้สะเด็ดน้ำ
  3. ผสมน้ำหวานกับน้ำเปล่าความหวานตามชอบ เทวุ้นว่านหางจระเข้ลงไปคนให้เข้ากัน เสร็จแล้วนำไปแช่ในตู้เย็นทิ้งไว้
  4. ทำน้ำกะทิ โดยใส่น้ำตาลปี๊บกับน้ำกะทิลงในหม้อ ต้มจนเดือดใส่เกลือป่นลงไปประมาณ 1/2 ช้อนชา พอเกลือละลายยกลงพักทิ้งไว้ให้เย็น
  5. ตักวุ้นว่านหางจระเข้ใส่ถ้วย ราดน้ำกะทิ ใส่น้ำแข็ง พร้อมเสิร์ฟ

7. เผือกแกงบวดกะทิสด

ส่วนผสม

  • เผือกหัวเล็ก (หั่นเป็นชิ้น) 1 หัว
  • มันเทศ (หั่นเป็นชิ้น) 1 ถ้วย (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)
  • หางกะทิ 1+1/4 ถ้วย
  • หัวกะทิ 1 ถ้วย
  • น้ำตาลปี๊บ 150 กรัม
  • เกลือป่น
  • ใบเตย 4 ใบ (มัดรวมกันให้เรียบร้อย)

วิธีทำแกงบวดเผือก

  1. ต้มหางกะทิกับหัวกะทิ 1/2 ถ้วยลงในหม้อ ใช้ไฟกลาง เติมน้ำตาลปี๊บกับเกลือป่นลงไป คนให้น้ำตาลละลาย ชิมรส
  2. ใส่เผือกกับมันเทศลงไป ตามด้วยใบเตย ต้มจนเผือกกับมันสุกตามชอบ ใส่หัวกะทิอีก 1/2 ถ้วยลงไป รอจนกะทิเดือดอีกครั้ง ตักใส่ถ้วย พร้อมเสิร์ฟ

8. ขนมบัวลอยกะทิสด (รูปแตงโม)

ส่วนผสม ขนมบัวลอยกะทิสดแตงโม

  • แป้งข้าวเหนียว
  • สีเขียว (น้ำใบเตย)
  • สีเหลือง (เนื้อฟักทอง)
  • สีม่วง (น้ำอัญชัน)
  • สีชมพู (กลิ่นกุหลาบ)
  • งาขาว
  • งาดำ
  • กะทิสด
  • ใบเตย
  • เกลือ
  • น้ำตาลทราย

วิธีทำขนมบัวลอยกะทิสดแตงโม

  1. ผสมแป้งข้าวเหนียวกับสีที่เตรียมไว้ จะได้ 4 สี (สีชมพูจะเข้มขึ้น เพราะว่าใส่น้ำหวานกลิ่นสละเฮลซ์บลูบอยเพิ่มให้สีสวยขึ้น)
  2. ปั้นให้เป็นรูปแตงโม โดยปั้นแป้งสีเหลือง แป้งสีชมพู และแป้งสีม่วงให้กลม พักไว้ จากนั้นปั้นแป้งสีเขียวให้กลมแล้วรีดให้เป็นแผ่นแบน นำไปห่อแป้งสีเหลือง แป้งสีชมพู และแป้งสีม่วงจนหมด ปั้นเป็นก้อนกลม
  3. ผ่าครึ่งแป้งแตงโมแต่ละก้อนแล้วแบ่งเป็นเสี้ยวตามต้องการ นำงาขาวหรืองาดำแปะที่เนื้อแตงโมให้สวยงาม
  4. ต้มน้ำให้เดือด ใส่แป้งบัวลอยรูปแตงโมลงไปต้มจนสุก (หากสุกแล้วแป้งจะลอยขึ้น) ตักใส่น้ำเย็นพักไว้
  5. ต้มกะทิใส่ใบเตย เกลือเล็กน้อย และน้ำตาลทราย พอน้ำตาลละลายใส่แป้งบัวลอยรูปแตงโมลงไป ปิดไฟ จะกินแบบเย็นหรือร้อนก็ได้ หรือรอให้เย็นก่อนค่อยตักเสิร์ฟในลูกแคนตาลูป

9. ลอดช่องอัญชัน

วัตถุดิบสำหรับทำลอดช่อง

  • แป้งมัน 2 ถ้วย 
  • แป้งข้าวเจ้า 10 ช้อนโต๊ะ 
  • น้ำเปล่า 300 มิลลิลิตร 
  • ดอกอัญชันอบแห้ง 20 กรัม 
  • แป้งมัน สำหรับนำมาทำเป็นแป้งนวล 

วัตถุดิบสำหรับจัดเสิร์ฟ

  1. ตัวลอดช่องอัญชัน ตามต้องการ 
  2. ขนุนสุกฉีกเป็นเส้นยาว ตามต้องการ 
  3. น้ำเชื่อม ตามต้องการ 

(น้ำตาลทรายแดง 2 ถ้วย+น้ำลอยดอกมะลิ 1 ถ้วย)

  1. กะทิสด ตามต้องการ 
  2. น้ำแข็งบดละเอียด ตามต้องการ 

วิธีทำขนม ลอดช่องอัญชัน

STEP 1 : ผสมแป้งลอดช่อง

  • นำหม้อขึ้นตั้งบนเตาแก๊ส จากนั้นใส่น้ำเปล่าลงไปเปิดไฟกลาง เมื่อน้ำเริ่มเดือดให้ใส่อัญชันอบแห้งลงไป เมื่อน้ำเริ่มเปลี่ยนสีให้ช้อนอัญชันอบแห้งออกแล้วปิดไฟ
  • นำแป้งข้าวเจ้าและแป้งมันเทลงในชามผสม จากนั้นเทน้ำอัญชันที่ร้อนจัดลงไปในแป้งอย่างรวดเร็ว

TIPS : น้ำควรร้อนจัดและควรเทลงในแป้งทั้งหมดทีเดียว ความร้อนจะช่วยทำให้แป้งสุกและจับตัวกัน

  • ถ้าหากน้ำไม่ร้อนจัดจะทำให้แป้งอุ้มน้ำ และไม่สามารถทำลอดช่องได้ ต้องเททิ้งอย่างเดียวเลยค่ะ
  • รอให้แป้งอุ่นแล้วใช้มือนวดแป้งให้เข้ากันเป็นก้อนเดียว ใช้แป้งนวลโรยเขียงตอนนวดแป้งจะทำให้แป้งไม่ติดเขียงค่ะ เมื่อแป้งได้ที่แล้วคลุมด้วยแร็ปเพื่อนำไปรีดและตัดเป็นเส้น

TIP : ควรทำแป้งมันมาทามือก่อนนวดแป้งเพื่อไม่ให้แป้งลอดช่องติดมือ

STEP 2 : รีดและต้มเส้น

  • นำแป้งลอดช่อง (STEP 1) มารีดให้เป็นแผ่นความหนา 1/4 ซม. แล้วนำไปตัดเป็นเส้น ๆ ขนาดความยาว 3 นิ้ว

TIP : ควรโรยแป้งมันที่พื้นที่ต้องรีดแป้งและโรยที่แป้งลอดช่องเพื่อไม่ให้แป้งลอดช่องติดพื้น และแป้งที่ตัดเส้นแล้วติดกันเป็นก้อน

  • ต้มน้ำให้เดือดจัดแล้วใส่เส้นลอดช่องลงในหม้อ รอจนแป้งสุกและลอยขึ้นค่อยตักแป้งแช่น้ำในน้ำเชื่อมเย็น เพื่อให้เส้นลอดช่องเหนียวไม่ติดกันและเละค่ะ

STEP 3 : จัดเสิร์ฟ

  • ตักเส้นลอดช่องอัญชันลงในแก้วที่ต้องการจัดเสิร์ฟ ตามด้วยน้ำแข็งบด ต่อด้วยการราดด้วยน้ำเชื่อมและกะทิ โรยขนุนฉีกด้านบน เท่านี้ก็พร้อมฟินกันแล้ว เย้!

10. ขนมเปียกปูนกะทิสด

ส่วนผสม ขนมเปียกปูนกะทิสด

  • แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วยตวง
  • แป้งมัน 1/4 ถ้วยตวง
  • น้ำปูนใส 1 ถ้วยตวง
  • น้ำใบเตย 2 ถ้วยตวง
  • เกลือเล็กน้อย
  • น้ำตาลทรายแดง 1/4 ถ้วยตวง
  • น้ำตาลปี๊บ 120 กรัม

ส่วนผสม กะทิราดหน้าขนม

  • กะทิ 500 กรัม
  • เกลือแค่หยิบมือ
  • แป้งข้าวเจ้า 1 ช้อนชา (ไม่ใส่ก็ได้ แต่ในสูตรใส่เพื่อให้น้ำกะทิข้น)
  • งาขาวคั่ว

วิธีทำขนมเปียกปูนกะทิสด

  1. นำแป้งข้าวเจ้า แป้งมัน น้ำปูนใส และน้ำใบเตยผสมกันและนวดจนเข้ากันดี
  2. ใส่เกลือ น้ำตาลทรายแดง และน้ำตาลปี๊บ นวดต่อจนเข้ากันดี กรองส่วนผสมแป้งด้วยตะแกรง 1 รอบ
  3. ตั้งกระทะเปิดไฟปานกลาง ใส่แป้งลงไปกวน พอแป้งเริ่มจับตัวเป็นก้อนให้ลดเป็นไฟอ่อน ค่อย ๆ กวนต่อจนส่วนผสมเนียนเข้ากันดี สังเกตจากการเอาไม้พายตักแป้งขึ้นมา ถ้าแป้งเหนียวติดไม้พายก็ใช้ได้แล้ว ตักขนมเปียกปูนใส่ถุงบีบ และใช้หัวบีบแต่งหน้าเค้ก บีบใส่ถ้วย
  4. ทำกะทิราดหน้าขนม โดยใส่หัวกะทิลงในหม้อ ตามด้วยเกลือ ใส่แป้งข้าวเจ้า คนผสมจนเดือด เสร็จแล้วตักกะทิราดหน้าขนมเปียกปูน โรยงาขาว

บทความอื่นที่น่าสนใจ : มาค่ะ 10 เมนูอาหารคลีน มื้อเช้าทำกินเองได้ อยากผอมต้องลอง!!

คอมเม้นท์มาสิ อย่ารอช้า...

comments

2 Responses

Leave a Reply

Your email address will not be published.

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.