แมงกะพรุนสัตว์ร้ายใต้ทะเล

ซัมเมอร์นี้ใครมีแพลนไปเที่ยวทะเลคลายร้อนมาทางนี้เลยจ้า เรามีเรื่องมาบอกต่อเกี่ยวกับสัตว์ทะเลที่มีพิษร้ายซึ่งเป็นภัยใกล้ตัว ที่มีชื่อว่า แมงกะพรุน มาฝากกัน ก่อนอื่นไปรู้จักสัตว์ชนิดนี้กันก่อนเลย

แมงกะพรุนเป็นสัตว์น้ำที่มีระบบการทำงานของร่างกายไม่ซับซ้อน มีลำตัวโปร่งใส ร่างกายประกอบด้วยเจลาตินเป็นส่วนใหญ่ สามารถมองเห็นเข้าไปได้ถึงอวัยวะภายใน แมงกะพรุนจะมีเข็มพิษ (Nematocyst) อยู่ทั่วตัว โดยเฉพาะบริเวณหนวดและรอบปากซึ่งใช้ในการล่าเหยื่อ ด้านล่างตรงกลางเป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่กินและย่อยอาหาร มีหลายชนิด ส่วนใหญ่ดำรงชีวิตอยู่ในทะเล แต่บางชนิดอยู่ในน้ำจืด พบได้ทั้งในบริเวณน้ำตื้นทั่วไป  ผิวน้ำและทะเลลึก ทั้งในทะเลเขตร้อนไปจนถึงทะเลน้ำแข็งบริเวณขั้วโลก ไม่ค่อยมีศัตรูหรือคู่แข่งตามธรรมชาติ มีผู้ล่าหลักคือ เต่าทะเล ปลาทูน่า ปลาฉลาม ปลาพระอาทิตย์ (Sunfish) และแมงกะพรุนด้วยกัน

เรื่องของแมงกะพรุน

เป็นสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่สุด แมงกะพรุนเป็นสัตว์ที่มีวิวัฒนาการน้อยมาก นับตั้งแต่เกิดขึ้นมาในโลก อาศัยอยู่ในโลกมาแล้วไม่ต่ำกว่า 500 ล้านปี (อาจถึง 700 ล้านปีหรือกว่านั้น) จึงนับเป็นสัตว์ที่ดึกดำบรรพ์ที่สุดในโลก

มีขนาดเล็กมากจนไปถึงยาวหลายสิบเมตร แมงกะพรุนชนิดที่ใหญ่ที่สุดในโลก คือ แมงกะพรุนขนสิงโต (Cyanea capillata) ที่เมื่อแผ่ออกแล้วอาจมีความกว้างได้ถึงเกือบ 3 เมตร และยาวถึง 37 เมตร ปกติพบในอาร์กติก มหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ และมหาสมุทรแปซิฟิคเหนือ

จัดว่าเป็นแพลงตอนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ที่ถูกจัดป็นแพลงตอนเพราะเป็นสัตว์ที่ไม่มีหัวใจ ไม่มีกระดูก ไม่มีระบบเลือด และไม่มีสมอง มีเพียงระบบประสาทพื้นฐานเท่านั้น

ระบบการเคลื่อนที่มีประสิทธิภาพในบรรดาสัตว์น้ำทั้งหมด โดยเคลื่อนที่ด้วยการหดขยายร่างกายรูประฆังของตัวเอง เพื่อสร้างแรงขับเคลื่อนดันตัวไปข้างหน้า จึงใช้พลังงานน้อย ซึ่งนับเป็นการเคลื่อนที่ที่มีประสิทธิภาพที่สุดในบรรดาสัตว์น้ำทั้งหมด

แมงกะพรุน แบ่งออกได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ คือ

แมงกะพรุนแท้ (Scyphozoa) มีรูปร่างคล้ายร่ม มีทั้งชนิดที่มีพิษรุนแรงมาก เช่น แมงกะพรุนไฟหลายชนิดที่มักจะมีสีแดงหรือส้ม ไปจนถึงชนิดที่มีพิษรุนแรงน้อยถึงน้อยมาก และพิษจะถูกทำลายไปเมื่อโดนความร้อน เช่นแมงกะพรุนที่เรานำมาทำเป็นอาหาร

แมงกะพรุนแท้ (Scyphozoa)

แมงกะพรุนกล่อง (Box Jellyfish หรือ Sea Wasp) มีรูปร่างคล้ายกล่องหรือทรงแก้วคว่ำ เป็นแมงกะพรุนมีพิษรุนแรงมาก และเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตจากแมงกะพรุนทั่วโลก เป็นแมงกะพรุนกลุ่มที่มีวิวัฒนาการสูงกว่ากลุ่มอื่น มีอวัยวะรับแสง และสามารถกำหนดทิศทางการเคลื่อนที่ได้ ลำตัวใสถึงใสมาก มีตุ่มหนวด  มีขนาดเล็ก ที่พบทั่วไปมีขนาด 5-10 เซนติเมตร แต่หนวดอาจยาวได้ถึงสิบกว่าเมตร ชนิดที่เล็กสุดชื่อ Irkundji มีขนาดเพียง 5 ม.ม. แต่มีพิษรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้

แมงกะพรุนกล่อง (Box Jellyfish หรือ Sea Wasp)

แมงกะพรุนไฟหมวกโปรตุเกส หรือ แมงกะพรุนไฟเรือรบโปรตุเกส (Portuguese Man o’ War)

รูปร่างคล้ายหมวกของทหารเรือชาวโปรตุเกสในยุคกลางหรือเรือรบของโปรตุเกสในยุคล่าอาณานิคม ลําตัวสีชมพูม่วง น้ำเงินหรือเขียว ยาวประมาณ 25-30 เซนติเมตร ลักษณะภายนอกของลําตัวมีปากยื่นยาวออกมาจากลําตัว และมีหนวด (ยาวได้มากถึง 30 เมตร) ออกมาจากขอบร่มเป็นสายยาวมีรูปร่างสีฟ้าหรือสีม่วง จัดอยู่ในวงศ์ Physaliidae และสกุล Physalia ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 2 ชนิดเท่านั้นโดยจะพบในทะเลเปิดของมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ  ทะเลเมดิเตอเรเนียน มหาสมุทรแปซิฟิก และมหาสมุทรอินเดีย แต่ปัจจุบันก็มีพบในไทยบ้างแล้วเนื่องจากถูกกระแสน้ำพัดมาตามฤดูกาล พิษของมันทำลายระบบประสาท ผิวหนัง หัวใจ และความเป็นพิษที่รุนแรงที่สุด คือ ทําให้เสียชีวิตได้เลยทีเดียว

แมงกะพรุนไฟเรือรบโปรตุเกส (Portuguese Man o’ War)

วิธีปฐมพยาบาลจากการโดนพิษแมงกะพรุน

  1. ราดด้วยน้ำส้มสายชูอย่างต่อเนื่องหรือแช่ไว้อย่างน้อย 30 วินาที หากไม่มีให้ล้างด้วยน้ำทะเล หรือแอลกอฮอล์ล้างแผล ห้ามล้างด้วยน้ำจืดเพราะจะทำให้เข็มพิษปล่อยออกมามากขึ้น
  2. ใช้วัสดุแข็ง เช่น กระดาษ บัตร ไม้เขี่ยหนวดออกจากบริเวณที่สัมผัส โดยห้ามใช้มือสัมผัสโดยตรง
  3. ห้ามนวด ถูหรือทายาใดๆบริเวณที่โดนสายแมงกะพรุนถึงแม้ว่าอาจมองไม่เห็นว่ามีหนวดแมงกะพรุนหลงเหลืออยู่แล้ว เนื่องจากยังมีโอกาสที่จะมีถุงพิษเล็กจํานวนมากอยู่บนบริเวณผิวหนังโดยที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ซึ่งถุงพิษเหล่านี้จะถูกกระตุ้นเมื่อมีแรงกดทับที่ผิวบริเวณนั้น ทําให้เกิดการยิงเข็มพิษเข้าสู่ร่างกาย และทําให้เกิดอาการมากขึ้น
  4. ราดผ่านด้วยน้ําทะเล เพื่อให้หนวดที่ติดอยู่ออกไปให้มากที่สุด
  5. ใช้น้ำแข็ง หรือน้ำอุ่นประคบเบาๆ เพื่อลดอาการปวด
  6. ใช้ใบผักบุ้งทะเลมาตำหรือขยี้ให้ละเอียดพอกรอบๆบริเวณที่โดนพิษ หากสามารถคั้นเอาแต่น้ำได้ให้คั้นเอาแต่น้ำมาทาบริเวณที่โดนพิษของแมง กะพรุน จะช่วยลดอาการปวดและการอักเสบได้ การนำผักบุ้งทะเลมาใช้นั้นควรล้างให้สะอาดก่อน
  7. ถ้ามีอาการรุนแรงหรืออาการไม่ดีขึ้น เช่น เริ่มรู้สึกหายใจลําบาก หรือเริ่มหมดสติให้รีบนําตัวส่งโรงพยาบาล

ประโยชน์ของแมงกะพรุน

แมงกะพรุนหลายชนิดที่มนุษย์เรานำมารับประทานเป็นอาหาร มีคุณค่าทางอาหาร คือ มีโปรตีนสูงและแคลอรีต่ำ เป็นโปรตีนประเภทคอลลาเจนสามารถรับประทานได้ ซึ่งจากการศึกษาพบว่าคอลลาเจนจากแมงกะพรุนอาจจะมีส่วนรักษาโรคไขข้ออักเสบ และโรคหลอดลมอักเสบ ตลอดจนทำให้ผิวหนังนุ่มนวลด้วย

แมงกะพรุนบางชนิดมีประโยชน์บางชนิดก็พิษร้ายแรงถึงชีวิต ช่วงนี้ใครไปทะเล เล่นน้ำก็ระวังกันหน่อยนะคะ สวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาวหรือชุดแบบ wetsuit หากไม่มีก็พกน้ำส้มสายชูไปด้วยนะคะ ยกให้เป็นอีกหนึ่งไอเท็มสำคัญพอๆกับการพกครีมกันแดดเลย หรือใครไปบ่อย ดำน้ำบ่อยควรซื้อสเปรย์ป้องกันแมงพรุนติดกระเป๋าไว้ด้วยแล้วแหละมีทั้งแบบครีมและแบบสเปรย์มีสารป้องกันทั้งแสงแดดและแมงกะพรุนเลยนะ คือดี

ที่มา www.antijellyfish.com

www.sanook.com

www.doctor.or.th

www.thaiticketmajor.com

คอมเม้นท์มาสิ อย่ารอช้า...

comments

Leave a Reply

Your email address will not be published.