อาหารเจ

อาหารเจ เป็นอาหารที่ปรุงโดยไม่ใช้เนื้อสัตว์ทุกชนิดแม้แต่ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากสัตว์ อาหารเจแตกต่างจากอาหารมังสวิรัต์คือการที่อาหารเจจะไม่ปรุงด้วยผักที่มีกลิ่นฉุน เช่น กระเทียมหรือหอมทุกชนิด รวมถึงกุยช่ายและผักชีที่สำคัญคือเครื่องปรุงหรือเครื่องเทศที่มีรสเผ็ดร้อนจะไม่ผสมลงไปในอาหาร จุดประสงค์ของการกินเจอาจมีเหตุผลแตกต่างกันไปแต่มีจุดประสงค์หลักๆ ของการกินเจคือ 1. การกินเพื่อสุขภาพเพราะอาหารเจเป็น อาหารชีวจิต คืออาหารที่ปลอดจากสารพิษและสารเคมีต่างๆ มีวิธีการปลูกโดยธรรมชาติ หรือเป็นอาหารที่ไม่ถูกปรับแต่งใดๆทั้งสิ้น จัดเป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย  2. กินเพราะความมีเมตตา ซึ่งต้องยอมรับว่าอาหารในปัจจุบันส่วนใหญ่จะประกอบไปด้วยเลือดเนื้อของสัตว์ โดยผู้ที่มีจิตใจสะอาดมีเมตตาจะมองเห็นว่า สัตว์ก็มีความรักตัวกลัวตายเหมือนกับเรานั่นเอง 3. กินเพื่อละเว้นกรรม ผู้ที่รักษาข้อนี้ไว้เป็นผู้ที่เข้าใจแล้วว่าการฆ่าเพื่อเอาเลือดเอาเนื้อผู้อื่นเป็นการสร้างกรรม แม้จะไม่ได้ลงมือฆ่าเองก็ตามแต่การซื้อก็เปรียบเสมือนการจ้างฆ่านั่นเอง เมื่อคนเหล่านี้รู้กรงกรรมกรงเวียนจึงหยุดการกินเนื้อสัตว์ละเว้นบาป หันมากินเจ แทน

“กินเจหนึ่งมื้อ หมื่นชีวิตรอดตาย”

อาหารมังสวิรัติ

อาหารมังสวิรัติ หลายคนอาจมีเหตุผลต่างๆกันไป บางคนกินมังสวิรัติเพราะเคารพต่อชีวิตของสัตว์ บางคนกินมังสวิรัติเพราะความเชื่อทางศาสนาไม่ว่าจะเป็น ศีลข้อที 1 ปาณาติปาตาเวรมณี หมายถึง การละเว้นจากการฆ่าชีวิตสัตว์ทุกชนิดอาจมีข้อสงสัยว่าทำไมพระสงฆ์ถึงกินเนื้อสัตว์ มุมมองในการกินเจทางพุทธศาสนาต่างกันตามความคิดในโรงเรียนพุทธศาสนาตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบันมีความคลุมเครือและได้รับการตีความในหลาย ๆ ด้าน ในมุมของ เถรวาท พระสงฆ์ที่จะกินเนื้อสัตว์ไม่ว่าจะเป็น หมู,ไก่,ปลา ถ้าหากพระภิกษุสงฆ์ได้ตระหนักแล้วว่าสัตว์ไม่ได้ถูกฆ่าตายในนามของเขา แต่อย่างไรก็ตามพระพุทธเจ้าได้กล่าวไว้ว่าลูกศิษย์ของท่านควรละเว้นการกินเนื้อของสิ่งมีชีวิตใดๆทั้งสิ้น

อาหารมังสวิรัติและกึ่งมังสวิรัติคืออะไร ?

ประเภทมังสวิรัติเนื้อสัตว์ปีกสัตว์ทะเลผลิตภัณฑ์นมไข่น้ำผึ้งผักราก/ประเภทหัวผลไม้, ถั่ว, เมล็ด
Fruitarianismไม่ไม่ไม่ไม่ไม่บางครั้งไม่ใช่
Veganismไม่ไม่ไม่ไม่ไม่บางครั้งใช่ใช่
Ovo vegetarianismไม่ไม่ไม่ไม่ใช่ใช่ใช่ใช่
Jain vegetarianismไม่ไม่ไม่ใช่ไม่ไม่ไม่ใช่
Lacto vegetarianismไม่ไม่ไม่ใช่ไม่ใช่ใช่ใช่
Ovo-lacto vegetarianismไม่ไม่ไม่ใช่ใช่ใช่ใช่ใช่
  1. Fruitarianism
    มังสวิรัติแบบสุดโต่งประเภทนี้จะกินเพียงผลไม้ที่ร่วงหล่นจากต้นเท่านั้น เป็นการเก็บเกี่ยวโดยไม่ทำร้ายหรือฆ่าพืช ถึงกับบางคนไม่กินเมล็ดพืชหรือถั่วเลยเพราะเชื่อว่ามันผิดธรรมชาติหากไปทำลายเมล็ดที่จะเติมโตเป็นพืชในอนาคต ส่วนใหญ่จะใช้ผลไม้ในการทำอาหารเท่านั้น สิ่งที่คนยึดถือการกินมังสวิรัติประเภท Fruitarians เพียงเพื่อหลีกเลี่ยงการฆ่าสิ่งมีชีวิตรวมทั้งพืช และมีความต้องการที่จะขจัดสารพิษออกจากร่างกายการกินอาหารประเภทนี้มีความท้าทายเป็นอย่างมากมังสวิรัติแบบสุดโต่ง
  2. Veganism
    มังสวิรัติแบบเข้มงวดประเภทนี้เริ่มมาจาก นาย โดนัลด์วัตสัน เป็นผู้ร่วมก่อตั้งสมาคมมังสวิรัติแห่งประเทศอังกฤษ โดยมีหลักคำสอนที่ว่ามนุษย์ควรจะอยู่โดยไม่ได้ใช้ประโยชน์จากสัตว์ แม้แต่การละเว้นผลิตภัณฑ์จากนม หรือ ไข่ และสารสกัดที่มาจากสัตว์ เนื่องจากการปรุงอาหารที่เป็นที่รู้จักกันอย่างดีในหมู่ วีแกน เป็นอาหารมังสวิรัติที่ได้คุณภาพสารอาหารอย่างดีช่วยในการลดความเสี่ยงของโรคได้จึงเป็นที่รู้จักและความสนใจในมังสวิรัติเพิ่มขึ้น แต่ทางสมาคมเยอรมันโภชนาไม่แนะนำให้รับประทานมังสวิรัติสำหรับเด็กและวัยรุ่นหรือผู้ที่อยู่ในระหว่างการตั้งครรภ์รวมถึงช่วงการให้นมบุตรเนื่องจากอาหารมังสวิรัติที่ไม่สมดุลอาจนำไปสู่การเกิดสภาพขาดสารอาหารที่ร้ายแรงหากขาดสารอาหารมากๆจะทำให้เกิดความผิดปกติของเลือดและระบบประสาทเสียหายได้มังสวิรัติแบบเข้มงวด
  3. Ovo vegetarianism
    มังสวิรัติประเภทนี้นิยมบริโภคผลิตภัณฑ์ที่ทำจากไข่ ในทางตรงกันข้ามจะไม่ทานเนื้อสัตว์และนม ซึ่งมีอีกชื่อนึงเรียกว่า eggetarians มาจากภาษาลาตินความแตกต่างของมังสวิรัติส่วนใหญ่จะไม่ทานไข่เพราะการเติมโตของไข่จะกลายเป็นลูกเจี๊ยบนั่นหมายถึงการฆ่าสัตว์ แต่ยังมีการปฏิบัติอย่างมีมนุษยธรรม โดยส่วนใหญ่จะนิยมบริโภคไข่ไก่จากฟาร์ม ที่เลี้ยงแบบขังเดี่ยว แม่ไก่จะไม่ถูกไก่ตัวผู้ผสม ไข่ที่ออกมาจึงเป็นไข่หมันมังสวิรัติไข่
  4. Jain vegetarianism
    มังสวิรัติประเภทนี้จะห้ามเนื้อสัตว์ปลาและไข่แต่จะรับประทานนมและผลไม้,ถั่ว,เมล็ด เท่านั้น และยังห้ามไม่ให้รับประทานหัวหอม,กระเทียม,ผักรากหรือผักประเภทหัว ซึ่งมังสวิรัติประเภทจะห้ามใช้ความรุนแรงอย่างเด็ดขาดแม่กระทั่งการทำร้ายพืช จะต้องเคารพทุกชีวิตแม้กระทั่งเชื้อจุลินทรีย์ โดยจะไม่กินอาหารที่เก็บรักษาไว้ในชั่วข้ามคืนเนื่องจากมีความเข้มข้นของเชื้อจุลินทรีย์สูง และเพื่อหลีกเลี่ยงการฆ่าเชื้อจุลินทรีย์จำนวนมาก ชาวมังสวิรัติประเภทนี้จะห้ามดื่มหรือรับประทานอาหารหมักเด็ดขาด การใช้ชีวิตของคนที่เป็นมังสวิรัติประเภทนี้จะดำเนินไปด้วยความไม่ประมาทเพราะอาจจะก่อให้เกิดอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตต่างๆได้ดังนั้นคนที่ใช้ชีวิตกับมังสวิรัติประเภทนี้จะระมัดระวังเป็นอย่างดีเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีสัตว์ตัวจิ๋วได้รับบาดเจ็บเป็นอันขาด มีสิ่งเดียวที่สามารถทำได้คือการดื่มน้ำโดยที่ไม่มีการกรอง เนื่องจากการใช้ท่อประปาในปัจจุบันผ่านการกรองเพียงไม่กี่ขั้นตอน มังสวิรัติประเภทนี้มีความพยามอย่างมากที่จะไม่ทำร้ายพืชในชีวิตประจำวันให้มากที่สุด

    “ไวน์หลอกลวงจิตใจและคนที่ถูกหลอกลวงมักจะลืมความกตัญญู คนที่ลืมกตัญญูจะกระทำความรุนแรงโดยไม่ลังเล”
    มังสวิรัติทานนม

  5. Lacto vegetarianism
    มังสวิรัติประเภทนี้จะรับประทานอาหารที่มีผักรวม ผลิตภัณฑ์จากนม เช่น ชีส , โยเกิร์ต , เนย , เนย , ครีม แต่ไม่รวม ไข่ มังสวิรัติประเภทนี้จะนิยมในประเทศอินเดีย ซึ่งให้นิยามว่าการกินไข่ถือเป็นอาหารที่ไม่ใช่มังสวิรัติ แกนหลักของความเชื่อที่อยู่เบื้องหลังของอาหารมังสวิรัติประเภทนี้คือ แนวคิดทางจริยธรรมที่เรียกว่า Ahimsa  หมายความว่าจะไม่ทำร้าย ‘และ ‘เมตตา’ ทุกสิ่งมีชีวิตแต่มีความเท่าเทียมกัน และยังเชื่อว่าอาหารการกินของแต่ละคนส่งผลดีและไม่ดีต่อสุขภาพจิตมังสวิรัติผักรวม
  6. Ovo-lacto vegetarianism
    มังสวิรัติประเภทนี้จะไม่กินเนื้อสัตว์ทุกชนิดแต่จะรับประทานผลิตภัณฑ์ที่ทำจากสัตว์เช่น ไข่ และ นม จะแตกต่างกับมังสวิรัติแบบ Lacto ตรงไข่ซึ่งในประเทศอินเดียไข่ไม่ถือว่าเป็นมังสวิรัติ ซึ่งในศาสนาฮินดู ผู้คนจำนวนมากได้ให้การยอมรับมังสวิรัติทั้งสองแบบเป็นมังสวิรัติเหมือนกัน แต่ผู้ที่รับประทานมังสวิรัติแบบ Ovo มักถูกเรียกว่า “eggetarians” เพื่อรองรับผลิตภัณฑ์ที่ทำจาก ไข่อาหารเจ

 

ติดตามเราได้ที่ : Facebook
เทศกาลถือศีลกินเจ ปีนี้ คลิ๊ก

คอมเม้นท์มาสิ อย่ารอช้า...

comments

2 Responses

Leave a Reply

Your email address will not be published.

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.