ในเรื่องของความเชื่อทางไสยศาสตร์ที่นิยมเชื่อถือกันมานับตั้งแต่อดีตของชาวสยามมาช้านาน

หนึ่งในวิชาทางไสยศาสตร์ยังมีวิชาอีกแขนงวิชาหนึ่งซึ่งเป็นวิชาที่เป็นอริวิชาประเภทต่างๆอยู่นี้นั่นคือวิชาคัดซึ่งใช้สำหรับถอนของแก้คนที่อยู่ยงคงกะพันทำให้อาถรรพ์นั้นเสื่อมคลายไปส่วนของจำพวกมีดอาคมเทพศาสตราวุธจะทำให้อาคมที่คุ้มตัวถูกแหวกออกจนสามารถฟันเข้าได้แต่ของไม่เสื่อม

ว่านบางครั้งก็ใช้ว่านบางชนิดลูบคมแล้วฟันก็มีเพื่อจะได้ทำอันตรายได้ตามที่มุ่งหมายไว้แม้แต่การนั่งแผ่นไม้กระดานแผ่นเดียวกันผู้ที่มุ่งหมายทำการคัดของเพียงวางฝ่ามือบนแผ่นไม้ยังสามารถกระทำได้เลย

ภาพถ่ายตำราอาจารย์เทพย์ สาริกบุตร

การคัดของนี้กระทำกันเป็นหลายอย่างหลายวิธีใช้ทั้งคาถาคัดบ้างใช้สิ่งของที่เป็นอัปมงคลกระทำให้เสื่อมบ้างการทำประเภทนี้เป็นเหตุให้ผู้ถูกแกล้งนั้นบังเกิดอุปทานว่าเมื่อถูกกระทำเช่นนี้แล้วความขลังก็จะเสื่อมความขลังไป

และถ้าหากยึดถืออุปทานตามนั้นก็อาจจะเป็นไปได้จริงเพราะทำให้เสื่อมสมาธิไปแต่ถ้าเราไม่ยึดถือเสียเลยโดยถือว่าทองคำแม้จะตกน้ำจมโคลนก็ยังเป็นทองคำอยู่นั้นเมื่อสมาธิเราไม่เสื่อมการกระทำดังกล่าวก็จะไม่ผลิตผลอันใด

แนวทางป้องกันในสมัยก่อน

  1. การถูกคัดด้วยเวทย์มนต์ให้ใช้คาถาผูกหรือกรึงเอาไว้แต่ละอาจารย์แต่ละสำนักจะมีคาถาเฉพาะหรือเพราะส่วนใหญ่จะใช้น้ำมนต์ถอนก็ขอแค่หลบอย่าให้ถูกตัวก็พอแต่หากเป็นพวกทนสิทธิ์ตะปูสังฆวานรกายสิทธิ์ของดีแต่ธรรมชาติก็ขอท่านช่วยกันคัดถอนให้ก็เป็นอันปลอดภัย
  2. หากถูกแกล้งด้วยของต่ำก็อย่าอุปทานไปเองแค่คิดว่าทองคำก็ยังเป็นทองคำอยู่วันยังค่ำนอกจากทางสำนักจะห้ามจริงๆ
  3. มีดอาคมทั้งหลายให้หลบเอา
  4. รางยาก็ต้องหลบเอาเช่นกันนอกจากจะมีพญาว่านที่ไม่แพ้ว่านใดๆเช่นไพรดำ

สำหรับพวกที่ขลังด้วยแรงว่านยานั้นวิธีคัดค้านด้วยการใช้ว่านยาเหมือนกันเช่นเอาเปราะซึ่งเป็นพันธุ์ไม้จำนวนว่านชนิดหนึ่งมาทาตรงที่ดาบคมมีดเสียก่อนแล้วจึงเอาใช้ถือคติว่าว่านนั้นจะเสื่อมแรงขลังไป

ทั้งนี้เห็นจะอาศัยเพราะนามชื่อคำว่า “เปราะ” นั่นเองบางทีก็ใช้ขี้ไก่ทาเสียก่อนถือคติว่ามูลหรือขี้ไก่นั้นหากบินข้ามต้นว่านยาที่มีฤทธิ์แล้วจะเสื่อมหมดฉะนั้นเขาจึงเอาขี้ไก่เป็นเครื่องปราบว่านนั้นให้เสื่อมคลายไป

การอยู่ยงคงกระพันชาตรีตามที่กล่าวมานี้ล้วนเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากอาคมเวทมนต์ทำให้เป็นไปยังมีสิ่งที่ทำให้อยู่คงได้โดยไม่ต้องใช้คาถาอีกด้วยเราเรียกของจำพวกนี้ว่าพวก “ทนสิทธิ์” ได้แก่

พวกคตพวกแร่พวกเขี้ยวงาและว่านยาทั้งปวงที่มีคุณสมบัติทำให้อยู่คงได้ซึ่งการอยู่คงนี้มีหลายประการการอยู่คงกระพันด้วยว่านและยานั้นได้แก่พรรณไม้ที่เป็นเครื่องยาต่างๆบางทีก็ใช้รากยานั้นมาเสกกินเอามาเสกเข้าแล้วจึงกินเข้าไปทำให้เนื้อหนังอยู่คงคาถาที่เสกนั้นก็ใช้ตามบทคาถาต่างๆที่ท่านบังคับไว้

เพราะเหตุที่การอยู่คงกระพันชาตรีนี้มีการถอนแก้คัดกันตามที่กล่าวมานั้นแล้วฉะนั้นท่านจึงได้วางวิธีกันในการที่เขาจะถอนแก้ไว้เช่นจะอาราธนาพระหรือเครื่องรางเพื่อนำติดตัวไปด้วยเมื่ออาราธนาแล้วให้ใช้คาถาผูกเสียด้วยคาถาผูกจะเป็นบทใดบทหนึ่งก็ได้

อีกหนึ่งเรื่องเล่าขานของความเชื่อถือส่วนบุคคลเพราะความเชื่อในเรื่องไสยศาสตร์นี้มีนิยมกันแทบทุกที่และก็ยังเป็นที่สรุปพิสูจน์แน่ชัดไม่ได้เพราะแม้แต่ผู้เชี่ยวชาญในหลักวิทยาศาสตร์เองก็ยังหาข้อสรุปไม่ได้ ก็สุดแต่ความเชื่อของแต่ละบุคคลและคงต้องศึกษาหาทางพิสูจน์กันต่อไป…

บทความอื่นที่น่าสนใจ : “พระคาถาอิติปิโสถอด” หลวงพ่อจง พุทธสโร

คอมเม้นท์มาสิ อย่ารอช้า...

comments

Leave a Reply

Your email address will not be published.

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.