แสงแดดแผดเผารุนแรงอย่างบ้านเรา นอกจากจะทำให้ผิวขาดความชุ่มชื้นแล้ว ยังทำให้ผิวหมองคล้ำ และเกิดรอยไหม้ได้ง่ายอีกด้วยค่ะ ซึ่งบ่อยครั้งที่สาว ๆ ไม่สามารถหลีกเลี่ยงกิจวัตรประจำวัน หรือกิจกรรมกลางแจ้งที่ทำให้ผิวต้องเผชิญกับแสงแดดเป็นเวลานานได้ เเละอาจจะเป็นมะเร็งผิวหนังได้อีกด้วย

มะเร็งผิวหนังสามารถพบเกิดได้กับผิวหนังทั่วตัว แต่จะพบได้มากบริเวณที่ถูกแสงแดด โดยเฉพาะบริเวณศีรษะที่พบได้ประมาณ 80-90% และที่ใบหน้าพบได้ประมาณ 65% (ได้แก่ ตา หู จมูก) ส่วนอื่น ๆ ที่พบได้รองลงมา คือ คอ แขน มือ แต่ไม่ว่าจะเกิดที่อวัยวะส่วนใด ถ้าตรวจพบได้ตั้งแต่แรกและกำจัดเซลล์ที่ผิดปกติออกไปได้หมดก็สามารถหายขาดจากโรคนี้ได้

จุดเด่นของโรคมะเร็งผิวหนัง คือ เราสามารถมองเห็นได้ง่าย ทำให้สังเกตเห็นความผิดปกติได้ตั้งแต่ในระยะเริ่มแรกได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งการลุกลามก็มักเป็นไปอย่างช้า ๆ ผู้ป่วยจึงมักได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที (ถ้าไม่เป็นคนไร้ความสังเกตเลยทีเดียวหรือเป็นคนประเภทไม่สนใจว่าจะมีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นกับตัวเอง) ซึ่งผลการรักษาโดยส่วนใหญ่แล้วจะได้ผลดีและหายขาดถ้าได้รับการวินิจฉัยและรักษาตั้งแต่เริ่มแรก โดยการรักษาทั่วไปจะเป็นการผ่าตัดเอามะเร็งผิวหนังออกให้หมด แต่ในบางครั้งมะเร็งที่ถูกปล่อยไว้จนมีขนาดใหญ่เกินกว่าจะผ่าตัดออกได้หมด อาจต้องรักษาโดยการใช้รังสีรักษา หรือถ้ามะเร็งมีการแพร่กระจายไปส่วนอื่นการรักษาจะต้องให้ยาเคมีบำบัดร่วมด้วย

สาเหตุของโรคมะเร็งผิวหนัง

ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของการเกิดโรคมะเร็งผิวหนังทั้ง 2 กลุ่ม แต่พบว่ามีปัจจัยเสี่ยง คือ

  • การสัมผัสแสงแดดหรือรังสีอัลตราไวโอตทั้ง UVA และ UVB มากเกินเป็นเวลานานในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะแสงแดดจัด ๆ ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่สุด เช่น ในผู้ที่เล่นกีฬาหรือทำกิจกรรมกลางแจ้ง ชอบอาบแดด หรือทำงานกลางแดด
  • เชื้อชาติคนผิวขาว ผิวหนังบาง ผมสีบลอนด์หรือแดง ตาสีฟ้า ผิวไหม้แดดง่าย จะมีโอกาสเสี่ยงสูง เพราะมีเม็ดสีที่ผิวหนังน้อย ความสามารถในการป้องกันเซลล์ผิวหนังจากแสงอัลตราไวโอเลตจึงมีน้อยกว่าคนสีผิวคล้ำ
  • มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคมะเร็งผิวหนัง
  • การได้รับสารพิษหรือสารเคมีก่อมะเร็งเรื้อรัง เช่น การสัมผัสสารหนูที่ปนอยู่ในน้ำ (เป็นสารพิษที่เมื่อร่างกายได้รับอย่างต่อเนื่องจะก่อให้เกิดการบาดเจ็บจนอาจกลายพันธุ์เป็นเซลล์มะเร็ง หรือเซลล์ถูกทำลายจนเป็นสาเหตุทำให้เสียชีวิตได้) น้ำมันดิน พารัฟฟิน เรเดียม เป็นต้น และยังรวมถึงการกินสารหนูที่ผสมอยู่ในยาจีน ยาไทย ยาหม้อ และยาลูกกลอน
  • ผิวหนังสัมผัสกับรังสีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าชนิดไอออนไนซ์ (Ionizing radiation) ในปริมาณสูงเรื้อรัง ซึ่งรังสีชนิดนี้จะทำให้เซลล์เสียหาย บาดเจ็บ และตายจากการแตกตัวของโมเลกุลในเซลล์เป็นประจุบวกและลบ เช่น รังสีเอกซ์ รังสีรักษา (ฉายรังสี) ที่ใช้ในการรักษาโรค

นี้ก็จะเป็นรายละเอียดคราว ๆ ของเเสงแดดที่จะทำให้เราเป็นมะเร็งผิวหนังได้วันนี้เราเลยจะมาเเนะนำทริปเล็ก ๆ ที่สามารถเป็นตัวช่วยชั้นดีของสาว ๆ หลังจากโดนเเดดหรือไปตากแดดมา

1.ดื่มน้ำทดแทนน้ำในร่างกายที่สูญเสียไป

หลังจากโดนแดดแผดเผามาทั้งวัน ผิวหน้าและผิวกายของสาว ๆ จะถูกดึงความชุ่มชื่นออกไปอย่างรวดเร็ว ทำให้รู้สึกอ่อนเพลีย ผิวถูกเผาไหม้ลงลึกไปถึงชั้นเซลล์ผิว ทำให้ผิวหมองคล้ำ เกิดรอยไหม้และมีอาการปวดแสบปวดร้อนขึ้นมาได้ ทางที่ดีที่สุดหลังจากตากแดดมาทั้งวัน สาว ๆ ควรดื่มน้ำเปล่าหรือดื่มน้ำผลไม้สด อย่างน้ำมะพร้าว น้ำแตงโม น้ำมะนาว หรือน้ำส้มคั้นสด ๆ เพื่อช่วยให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นและทดแทนน้ำในร่างกายที่สูญเสียไป

2.งดขัดผิวหลังตากแดด

ผิวกายของสาว ๆ เมื่อโดนแดดเป็นเวลานาน ๆ อาจจะทำให้มีอาการปวดแสบปวดร้อน หรือมีรอยแดงที่ผิวหนังได้ ดังนั้นเวลาอาบน้ำสาว ๆ ควรถูผิวกายอย่างเบามือที่สุดด้วยฝ่ามือหรือฟองน้ำ และให้งดการขัดผิวในช่วง 1-2 อาทิตย์แรกหลังจากตากแดด เพราะผิวโดนแสงแดดทำร้ายมาอย่างหนักแล้ว หากขัดผิวอีกจะยิ่งเป็นการซ้ำเติมผิวอย่างรุนแรงมากขึ้น

3. บำรุงผิวหน้าหมองคล้ำจากแดด ด้วยว่านหางจระเข้และมอยส์เจอไรเซอร์

แน่นอนว่าใบหน้าของสาว ๆ คือส่วนแรกที่ต้องสัมผัสกับแสงแดดเป็นประจำทุกวัน จนอาจทำให้หมองคล้ำและเกิดริ้วรอยก่อนวัยได้ง่าย วิธีดูแลและซ่อมแซมผิวหน้าหลังตากแดดเป็นเวลานาน ๆ ให้กลับมาชุ่มชื้นเหมือนเดิม มีวิธีง่าย ๆ เพียงสาว ๆ นำเจลว่านหางจระเข้สด ๆ มาทาทิ้งไว้บนใบหน้าเป็นเวลาประมาณ 15 นาทีแล้วล้างออก ความเย็นของเจลว่านหางจระเข้จะซึมลึกลงไปถึงชั้นผิวหนัง ช่วยคืนความชุ่มชื้นให้ผิวหน้า และช่วยบรรเทาอาการปวดแสบปวดร้อนจากการที่ผิวถูกแสงแดดเผาไหม้เป็นเวลานานได้ดีอีกด้วย และที่สำคัญอย่าลืมทามอยส์เจอไรเซอร์บำรุงเพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นให้ผิวหน้าอีกขั้นตอนด้วยนะคะ รับรองว่าวิธีนี้จะช่วยทำให้ผิวหน้าของสาว ๆ กลับมาขาวใสได้ภายในระยะเวลาอันรวดเร็วแน่นอน

4. บำรุงริมฝีปากด้วยน้ำมันมะพร้าวและลิปบาล์ม

สาว ๆ ต้องไม่ลืมนะคะว่าริมฝีปากเมื่อถูกแสงแดดเป็นเวลานาน ๆ ก็เกิดการแห้งกร้านและดำคล้ำลงได้ง่ายเช่นเดียวกับผิวหน้าและผิวกาย ดังนั้นควรบำรุงริมฝีปากให้กลับมานุ่มชุ่มชื่นอีกครั้งด้วยการทาน้ำมันมะพร้าวหรือลิปบาล์ม และหากรู้ตัวว่าต้องเผชิญแสงแดดเป็นเวลานานในครั้งต่อไป สาว ๆ ควรทาลิปสติกที่มีกันแดดสูตร SPF ก็จะช่วยป้องกันไม่ให้ริมฝีปากแห้งและดำคล้ำจากการถูกแสงแดดทำร้ายได้ค่ะ

 

เป็นไงบางค่ะทริปเล็ก ๆ น้อยที่เป็นตัวช่วยของสาว ๆ อย่าลืมนำไปใช้นะค่ะ เพื่อสุขภาพที่ดีของตัวเราเองอีกด้วยเเละของเเต่ละอย่างก็หาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาดหรือร้านสะดวกซื้อทั่วไปอีกด้วย สาว ๆ คนไหนมีอะไรจะเเนะนำเเอดเพิ่มเติมก็คอมเม้นต์ตัวช่วยมาอีกได้เลยนะค้าาาาาาาาาา

เรียบเรียง :: Maybe

 

บทความที่เกี่ยวข้อง :: วิธีดูแลตัวเองหลังตากแดด 5 เคล็ดลับ ฟื้นฟูผิวคล้ำเสียจากแดดแบบได้ผลชะงัด !

ขอบคุณรูปภาพจาก :: pinterest

คอมเม้นท์มาสิ อย่ารอช้า...

comments

Leave a Reply

Your email address will not be published.

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.