ย้อนรอย ซีเรีย เหตุเกิดสงครามกลางเมือง

ย้อนรอย ซีเรีย เหตุเกิดสงครามกลางเมือง

ซีเรีย มีพื้นที่ขนาดเล็กมาก ทั้งประเทศใหญ่กว่าภาคอิสานของไทยเราเพียงนิดเดียว นครเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า สาธารณรัฐอาหรับซีเรียมี ‘กรุงดามัสกัส’ เป็นเมืองหลวง เป็นนครที่มีผู้อยู่อาศัยต่อเนื่องที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เป็นที่ราบอุดมสมบูรณ์ แถมยังมีภูเขาสูงสลับซับซ้อน และมีทะเลทราย มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม มีประชากรกลุ่มชาติพันธุ์และศาสนาหลากหลาย ส่วนมากเป็นชาวอาหรับ ซึ่งรวมอลาวียะห์ ดรูซ มุสลิมซุนนีย์ และคริสต์ศาสนิกชน กลุ่มชาติพันธุ์อื่น ได้แก่ ชาวอาร์มีเนีย อัสซีเรีย เคิร์ดและเติร์ก ชาวอาหรับซุนนีย์เป็นกลุ่มประชากรใหญ่ที่สุดในประเทศซีเรีย

ซีเรีย

ตามบันทึก ซีเรียเคยตกเป็นของพวกโรมัน แล้วก็เปลี่ยนมาเป็นของพวกไบแซนไทน์ ได้ไม่นานมุสลิมอาหรับก็เข้ายึดอำนาจ ต่อมาอีกสักพักพวกออตโตมันเติร์ก (ตุรกี) ก็เข้าครอบครอง พอถึงยุคล่าอาณานิคมก็ตกเป็นของฝรั่งเศส  รัฐซีเรียสมัยใหม่สถาปนาขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 โดยเป็นอาณาเขตในอาณัติของฝรั่งเศส และเป็นรัฐอาหรับใหญ่ที่สุด ที่กำเนิดขึ้นจากเลแวนต์ อาหรับเดิมที่ออตโตมันปกครอง  ซีเรียได้รับเอกราช แต่งตั้งเป็นประเทศซีเรียในเดือนเมษายน 2489 เป็นสาธารณรัฐระบบรัฐสภา

บาชาร์ อัล อัสซาด  ซีเรีย
ประธานาธิบดีซีเรีย บาชาร์ อัล อัสซาด

 

ปี 2012 ‘กองกำลังชาวเคิร์ด’ (หรือ กองทัพเพชเมอร์กา) ต่อสู้กับรัฐบาลในซีเรียซึ่งต้องการมีอำนาจปกครองตัวเอง จึงตั้งกองกำลังขึ้นเพื่อชิงพื้นที่ในตอนเหนือของประเทศจากรัฐบาล

ปี2013 ประเทศในตะวันออกกลางแตกออกเป็น 2 ฝ่ายคือ 1.) มุสลิมสุหนี่ซึ่งสนับสนุนกองกำลังปลดปล่อยซีเรียหรือกลุ่มกบฏ และ 2.) มุสลิมชีอะห์ซึ่งสนับสนุนรัฐบาลซีเรีย ภายใต้การนำของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด

เมษายน ปี 2013 ประธานาธิบดีบารัค โอบามาของสหรัฐฯได้เข้ามาเอี่ยว โดยการเซ็นสั่งให้ CIA ฝึกรบเพื่อรับมือกับกบฎซีเรีย แต่ในปีเดียวกันรัฐบาลซีเรียใช้อาวุธเคมีโจมตีกลุ่มกบฎซีเรียในเมืองกัวตาห์

กุมภาพันธ์ ปี 2014 เกิดความขัดแย้งภายในกลุ่มกองกำลังชาวเคิร์ดในประเทศอิรัก เนื่องจากไม่ลงรอยกันเรื่องสงครามซีเรีย ทำให้มีบางส่วนแยกตัวออกมาตั้งกลุ่มใหม่ที่รู้จักกันดีในชื่อ ‘กลุ่มไอเอส’ ทั้งนี้ไอเอสไม่ได้ต่อสู้กับรัฐบาลซีเรีย แต่ต่อสู้กับกลุ่มกบฏและกองกำลังชาวเคิร์ดในซีเรีย เพื่อแย่งชิงพื้นที่และมีเป้าหมายเพื่อก่อตั้งดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่เรียกว่า ‘Caliphate’ หรือรัฐอิสลาม

ซีเรีย
เริ่มแรกส่วนในประเทศซีเรียแบ่งออกเป็นกลุ่มต่างๆ 4 กลุ่มคือ 1.) รัฐบาลของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาด 2.) กลุ่มผู้ก่อการร้ายไอเอส 3.) กองกำลังชาวเคิร์ด และ 4.) กลุ่มกบฎต่อต้านรัฐบาล

สงครามในซีเรียเริ่มขึ้นได้อย่างไร

ในปี 2554 ซีเรียได้รับผลกระทบจากอาหรับสปริงส์ (การปฏิวัติในประเทศอาหรับ) คาดว่าเป็นพวกกบฏ ที่พยายามสั่นคลอนรัฐบาลหลายประเทศในตะวันออกกลางทั้ง ตูนิเซีย อียิปต์ และอีกหลายประเทศรวมถึงซีเรีย ครั้งนั้นกลุ่มผู้ประท้วงเรียกร้องให้นายบาชาร์ อัล-อัสซาด ประธานาธิบดีซีเรียลงจากตำแหน่งและปฏิรูปการเมืองในครรลองประชาธิปไตย แต่รัฐบาลอัสซาดกลับตอบโต้ผู้ชุมนุมด้วยกำลัง ส่งผลให้ผู้ประท้วงที่มาจากหลายฝ่ายไปจับปืนติดอาวุธก่อตั้งกองทัพเสรีซีเรียขึ้น เพื่อต้องการล้มรัฐบาล จนกระทั่งปะทุเป็นสงครามกลางเมืองระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายกบฎ ซึ่งต่อเนื่องมายาวนาน ประเทศซีเรียแทบจะไม่สงบเลย

ซีเรีย

รัสเซียเกี่ยวข้องอะไรกับซีเรีย?

รัสเซียคือมหามิตรที่เปิดตัวสนับสนุนรัฐบาลอัสซาดมาโดยตลอด อีกทั้งยังช่วยส่งเสริมกองทัพซีเรียให้มีความทันสมัยมากขึ้น และมักจะขัดขวางการทำงานนานาชาติที่จะเข้าไปตรวจสอบซีเรีย หรือเข้าไปปฏิบัติการในซีเรีย โดยการวีโต้ ผ่านเวทีคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หรือยูเอ็นเอสซี อีกทั้งยังส่งกองทัพเข้าไปแทรกแซงเพื่อช่วยเหลือรัฐบาลอัสซาดในปี 2558 อีกด้วย

เหตุใดสหรัฐถึงเข้ามาเกี่ยวข้องได้?

ก่อนหน้านี้ สหรัฐไม่ได้เต็มใจที่จะเข้าไปยุ่งกับซีเรียเลย แต่มีอยู่สองเหตุผลที่จะต้องเข้าช่วย อย่างกลุ่มรัฐอิสลาม หรือ IS ที่สร้างปัญหาปั่นป่วนความมั่นคงในตะวันออกกลาง และเริ่มลงหลักปักฐานยึดหลายหัวเมืองทั้งในซีเรีย และอิรักได้ตั้งแต่ปี 2558 จนสหรัฐต้องจำยอมเข้าไปแทรกแซงผ่านการโจมตีทางอากาศ และจัดตั้งกองทหาร รวมถึงฝึกไพร่พลท้องถิ่นเพื่อเข้าสู่ภาคพื้นดิน ส่วนเหตุผลที่ 2 สหรัฐเชื่อว่ารัฐบาลอัสซาดอยู่เบื้องหลังการใช้อาวุธเคมี แก๊สพิษโจมตีเมืองดูมา สังหารพลเรือนในชาติตนเองอย่างเลือดเย็นกว่า 70 ราย และบาดเจ็บหลายราย

ซีเรีย

ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ต้องลงมือก็เพราะรัฐบาลสหรัฐภายใต้อดีตประธานาธิบดีบารัก โอบามา เคยออกมากล่าวเกี่ยวกับการโจมตีซีเรียเมื่อปี 2555 ว่าหากมีการใช้อาวุธเคมีสหรัฐพร้อมที่จะส่งทหารเข้าไปแทรกแซง จนกระทั่งปีต่อมามีการใช้แก๊สซารินโจมตีเมืองทางทิศตะวันตกของจังหวัดกูต้า เป็นเหตุผู้คนเสียชีวิตราว 1,400 ราย ขณะนั้นสหรัฐต้องการส่งเครื่องบินโจมตีทางอากาศ แต่ไม่ประสบความสำเร็จเนื่องจากสภาคองเกรสไม่ยินยอม จากนั้นมีการใช้วิธีทางการทูตผ่านUNSC สั่งให้รัฐบาล อัสซาดทำลายคลังอาวุธเคมี และลงนามกับอนุสัญญาว่าด้วยอาวุธเคมี เพื่อป้องกันไม่ให้มีการผลิต สะสมและใช้อาวุธเคมีอีก แต่ก็ไม่เป็นผล ยังมีการใช้อาวุธเคมีอีกหลายครั้ง รวมถึงโจมตีในเมืองข่าน ชีคุน จนทำให้นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐคนปัจจุบันเคยสั่งใช้จรวดโจมตีฐานทัพอากาศซีเรียมาแล้วเมื่อปี 2560

ซีเรีย

ใครเกี่ยวข้องอีกบ้าง?

นอกจากรัสเซีย ซีเรียแล้ว ยังมีจีนคอยให้ความช่วยเหลือทางการทูต ทำให้ประธานาธิบดีบาชาร์ อัล อัสซาด ปรากฏตัวผ่านการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ย้ำความมั่นใจว่ารัฐบาลของตัวเองจะไม่ถูกโค่นล้มอย่างแน่นอน

และมีอิหร่าน ประเทศพันธมิตรหลักของรัฐบาลอัสซาด ซึ่งต้องการให้ซีเรียเป็นตัวแทนในการเคลื่อนย้ายอาวุธของอิหร่าน และช่วยเหลือ กองทัพที่มีอิหร่านหนุนหลังขยายอิทธิพลครอบคลุมตะวันออกกลาง

เมื่ออัสซาดตกอยู่ในที่นั่งลำบากจากศึกกับกลุ่มIS และกลุ่มกบฏต่อต้านรัฐบาลดามัสกัส ซึ่งรัฐบาลเตหะรานก็ไม่รีรอที่จะเข้าช่วยเหลือ เช่นเดียวกับกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ กลุ่มติดอาวุธ และยังเป็นพรรคการเมืองสำคัญในเลบานอนที่มีสายสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับอิหร่าน ทั้งยังหนุนหลังรัฐบาลอัสซาด ท่าทีของอิหร่าน เริ่มกลายเป็นการงัดข้อกับซาอุดีอาระเบีย และตุรกี ที่มีบทบาทหลักในการสนับสนุนอาวุธ เงินทุน ให้กับกลุ่มกบฏต่อต้านอัสซาด รวมไปถึงกลุ่มติดอาวุธอีกหลายกลุ่ม นอกจากนี้ยังมีอิสราเอล หนึ่งในตัวแทนของสหรัฐที่จ้องโจมตีกลุ่มกองกำลังที่อิหร่านหนุนหลัง

ขณะที่ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลอัสซาล ก็มีอาสาสมัคร และพลเรือนส่วนหนึ่ง ซึ่งได้รับการสนับสนุนอาวุธจากประเทศตุรกี และซาอุดีอาระเบีย โดยมีประเทศฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร เยอรมนี กาตาร์ ให้ความช่วยเหลือทางการทูต

แม้รัฐบาลประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย จะออกมากล่าวประณามการโจมตี แต่รัสเซียก็จะไม่มีมาตรการตอบโต้ทางการทหารกลับ เนื่องจากขีปนาวุธไม่ได้กระทบความตั้งใจของรัสเซียที่เป็นผู้ควบคุมสงครามกลางเมืองซีเรียอยู่เบื้องหลัง

อย่างไรก็ตาม ก็มีอีกหลายปัจจัยที่น่าสนใจ บ้างก็ว่าเป็นการ อ้างอุดมการณ์ประชาธิปไตย จะใส่กับเผด็จการ แต่เบื้องหลังคือ น้ำมัน เพราะเดิมแหล่งน้ำมันของซีเรียนั้นรัสเซียเป็นฝ่ายควบคัมอยู่ ถ้าฝ่ายกบฏเกิดชนะขึ้นมา สหรัฐก็จะได้เข้าบริหารแบบอิรัก แถมเรื่องศาสนาก็เป็นอีกแรงหนึ่ง ที่คาดว่าเกี่ยวข้องกับสงครามครั้งนี้

 

หรือบางที เราควรจะย้าย ประชาชนชาว ซีเรีย ไปยัง โลกใบใหม่ 

เพิ่มเติม : องค์กรสังเกตการณ์เพื่อสิทธิมนุษยชนซีเรีย (SOHR) ระบุว่า จำนวนผู้เสียชีวิตถึงเดือน มี.ค. ปีนี้ มีทั้งสิ้น 353,900 ราย แยกเป็นพลเรือน 106,000 ราย จำนวนดังกล่าวไม่ได้รวมถึง 56,900 คน ที่สูญหายและคาดว่าเสียชีวิต องค์กรนี้ระบุว่า คาดว่ามีผู้เสียชีวิตถึงหนึ่งแสนรายที่ไม่ได้รับการจดบันทึก นอกจากผู้เสียชีวิตหลายแสนแล้ว สงครามทำให้คน 1.5 ล้านกลายเป็นคนพิการ ในจำนวนนี้ 86,000 คนต้องเสียแขนขา มีชาวซีเรียอย่างน้อย 6.1 ล้านคนที่ต้องโยกย้ายถิ่นฐานไปเมืองอื่น และอีก 5.6 ล้านคนที่ต้องอพยพไปต่างประเทศ ซึ่ง 92 เปอร์เซ็นต์ของคนเหล่านี้ อยู่ในประเทศเพื่อนบ้านคือ เลบานอน จอแดน และตุรกี แม้ว่ารัฐบาลซีเรียยึดเมืองใหญ่ ๆ ของซีเรียคืนมาได้ แต่พื้นที่จำนวนมากของประเทศก็ยังถูกยึดครองโดยกลุ่มกบฏและกลุ่มกองกำลังประชาธิปไตยซีเรียที่นำโดยชาวเคิร์ด สงครามนี้ คงยากที่จะหาข้อยุติ แต่ก็ไม่มีพื้นที่ใดในโลกที่ปรารถณาที่จะมีสงครามในประเทศของตน ซีเรีย ก็เช่นกัน

www.khaosod.co.th

www.thairath.co.th

hilight.kapook.com

daily.rabbit.co.th

คอมเม้นท์มาสิ อย่ารอช้า...

comments