ประสะโลหิต 

มาจากคำว่าประสิทธิประสาท หมายถึง ทำให้สำเร็จประโยชน์จากศักดิ์สิทธิ์ ๓ คือ กายศักดิ์สิทธิ์ จิตศักดิ์สิทธิ์ และธรรมศักดิ์สิทธิ์ ส่วนใดส่วนหนึ่งของผู้มี ๓ ศักดิ์สิทธิ์ ไปกระทบวัตถุใดวัตถุนั้นก็จะศักดิ์สิทธิ์สมปรารถนา ซึ่งเป็นวิชาของพระโพธิสัตว์ที่ปรารถนาพุทธภูมิเท่านั้น

ในอดีตสมัยกรุงศรีอยุธยาสมภารวัดป่าแก้วได้ทำพิธีประสะโลหิตให้กับพระองค์ดำ สมเด็จพระนเรศวร วันนี้เราได้นำเรื่องราว พิธีประสะโลหิตของคุณพ่ออาจารย์ ฟ้อน ดีสว่าง มาให้ทุกท่านได้ศึกษา ไปชมกันเลย

พิธีประสะโลหิตถือเป็นพิธีกรรมที่สำคัญของวิชาพระเวทย์วิเศษสุด ของ คุณพ่ออาจารย์ ฟ้อน ดีสว่าง ท่านได้สืบทอดเอาไว้ให้ศิษย์ ในสมัยคุณพ่ออาจารย์ฟ้อน ดีสว่าง

จะทำพิธีประสะโลหิตในสองกรณี คือ พิธีประสะโลหิตรับศิษย์เพื่อเอาโลหิตในกายท่าน ประสิทธิ์โลหิตสู่ลูกศิษย์ด้วยวิธีการสักลงบนกระหม่อมจอมขวัญ และประสะโลหิตเพื่อพุทธาภิเษกวัตถุมงคล คล้ายกับพระเกจิคณาจารย์ ที่ส่งอำนาจจิตรวิทยาคม ผ่านลมกระไอปากบ้าง บ้างใช้พ่นถ่มน้ำลายใส่บ้าง แต่คุณพ่ออาจารย์ฟ้อน ดีสว่าง ท่านใช้โลหิตผสมกับปราณของท่านพ่นออกมาประจุลงในวัตถุมงคลต่างๆ

จะทำพิธีประสะโลหิตในสองกรณี คือ พิธีประสะโลหิตรับศิษย์เพื่อเอาโลหิตในกายท่าน ประสิทธิ์โลหิตสู่ลูกศิษย์ด้วยวิธีการสักลงบนกระหม่อมจอมขวัญ และประสะโลหิตเพื่อพุทธาภิเษกวัตถุมงคล คล้ายกับพระเกจิคณาจารย์ ที่ส่งอำนาจจิตรวิทยาคม ผ่านลมกระไอปากบ้าง บ้างใช้พ่นถ่มน้ำลายใส่บ้าง แต่คุณพ่ออาจารย์ฟ้อน ดีสว่าง ท่านใช้โลหิตผสมกับปราณของท่านพ่นออกมาประจุลงในวัตถุมงคลต่างๆ

ดังในภาพนี้ เป็นพิธีประสะโลหิต ปะจุใส่ผ้าขาว เพื่อแจกทหารไปรบในสงครามอินโดจีน ที่นายกรัฐมนตรีเป็นคนเชิญท่านทำพิธีเป็นทางการถึง ๒ ครั้ง พอมาถึงยุคหลวงพ่อหนู เกสโร และหลวงพ่อสง่า ญาณจาโร แม้แต่อาจารย์หมอประยูร จิตรโสภี การทำพิธีประสะโลหิต ท่านจะทำจะกระทำในพิธีบูชาครูรับศิษย์และพุทธาภิเษก วัตถุมงคลด้วยเช่นกัน

แต่ท่านได้รับการบอกกล่าวจากคุณพ่ออาจารย์ ฟ้อน ดีสว่าง ไว้ว่า ท่านเป็นรุ่นศิษย์เวลาไหว้ครูจึงต้องมีจัดเครื่องบูชาครูเพื่อจะได้สื่อจิตเป็นอามิสบูชาถึงบรมครูบาอาจารย์พรหมเทพเทวาที่คุ้มครองปกปักษ์รักษาสายวิชาอยู่จึงต้องมี บายศรี หัวหมู และเครื่องกระยาบวชให้ครบครันอันเป็นเครื่องสักการะการ พรหมเทพเทวา บรมครูบาอาจารย์ ที่เป็นอาจาริยเทวะทุกท่านทุกพระองค์

ส่วนการประสะโลหิตเพื่อประสิทธิ์โลหิตในกายตนสู่ลูกศิษย์เพื่อรับลูกศิษย์ สืบทอดสายวิชาได้นั้นผู้กระทำต้องได้ผ่านพิธีรับการประสะโลหิต สืบต่อมาจากครูบาอาจารย์ที่มีโลหิตครูในกายจากสายตรงมาก่อน คือได้สักกระหม่อมด้วยโลหิตครูสายตรงมาแล้วเท่านั้น

หากไม่แล้วการรับศิษย์นั้นก็ไม่ใช่ศิษย์สายโลหิตครูในสายวิชาพระเวทย์วิเศษสุด เพราะไม่มีเชื้อสายโลหิตครูในกายตนมาก่อน คงเป็นได้แค่ศิษย์ของคนที่สอนวิชาให้เท่านั้นเอง สายนี้ครูแรงนะครั้งนี้ครั้งใหนผ่านมารอดได้เพราะท่านเอื้อเมตตา ปราณี วันหน้าเจอดี ไม่สิ้นชีวี ก็มีคางเหลือง จะนึกเคืองตัวเอง เมื่อเจอครูทับ ครูทัณฑ์

 อาจารย์ เอกใหญ่ บึงพระอาจารย์

บทความที่กล่าวมาข้างต้น เป็นเรื่องราวพิธีกรรมปะสะโลหิต อาจารย์ฟ้อน ดีสว่าง ที่สืบทอดให้ลูกศิษย์ เป็นเรื่องที่เล่าขานสืบทอดกันมารุ่นสู่รุ่น นำมาเผยแพร่บารมีครูบาอาจารย์เพื่อเป็นวิทยาทาน เป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

ขอบคุณข้อมูลจาก : นักเลงโบราณ

บทความอื่นที่น่าสนใจ : หลวงพ่อปานใช้ “ยันต์ทอพุทโธ” ถอนคุณไสยให้แขกฮินดู

คอมเม้นท์มาสิ อย่ารอช้า...

comments

2 Responses

Leave a Reply

Your email address will not be published.

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.