ตามที่รู้จักกันดีว่าดับเพลิงบางรักนั้นเป็นที่นิยมในการไปถ่ายภาพแฟชั่นต่างๆไม่ว่าจะเป็น รับปริญญา งานแต่ง หรือโฆษณา ด้วยสภาปัตยกรรมอันน่าสนใจของสถานีดับเพลิงบางรัก และความเก่าแก่อันน่าหลงไหล และดูเหมือนว่าสถานีดับเพลิงแบบนี้จะมีอยู่ที่นี่เพียงที่เดียว

IMG_5354

ก่อนจะมาเป็นสถานีดับเพลิงบางรัก อาคารหลังนี้เคยถูกใช้เป็นอาคารเพื่อการเก็บภาษีที่เรียกว่า “ภาษีร้อยชักสาม”ซึ่งเป็นการรับช่วงต่อจากแรกเริ่มสมัยรัชกาลที่ 4 ในสมัยที่ประเทศไทยทำสนธิสัญญากับชาวต่างชาติที่เราคุ้นเคยว่า “สนธิสัญญาเบาว์ริ่ง”(Bowring Teaty) ดังนั้นอาคารหลังนี้จึงถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็น “อาคารโรงเก็บภาษี” การเกิดขึ้นของโรงเก็บภาษีนี้เองได้ทำให้ย่านพื้นที่อาคารข้างเคียงที่ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของ ซอย เจริญกรุง 36 ได้ถูกเรียกกันอย่างติดปากในยุคสมัยนั้นว่า “ตรอกโรงภาษี” ซึ่งภายหลังต่อมาได้มีการเกิดขึ้นของอาคารสถานทูตฝรั่งเศลพร้อมๆกันกับโบสถ์วัดอัสสัมชัญ ในบริเวณใกล้เคียง

IMG_5452

อาคารสถานีดับเพลิงบางรัก ตั้งอยู่บนเนื้อที่ขนาด 5 ไร่ ลักษณะเป็นอาคารสูงสี่ชั้นหันหน้าออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ด้านบนเป็นชั้นของหอนาฬิกาและมีความกว้างวัดจากปีกอาคารสองด้านเป็นระยะประมาณสิบเมตรจากจุดศูนย์กลางของตัวอาคาร ปัจจุบันอาคารหลังนี้แม้ว่าจะมีสภาพที่ทรุดโทรมไปมากแต่ก็ยังคงเป็นอาคารสถานีดับเพลิงที่มีการใช้งานเป็นอาคารราชการ และอาคารที่พักอาศัยของครอบครัวพนักงานดับเพลิงกว่า 40 ครอบครัว

IMG_5457 IMG_5461 IMG_5462

ที่มาของการก่อสร้างและรูปแบบทางสถาปัตยกรรม ได้รับอิทธิพลการออกแบบมาจากสถาปนิกชาวเวนิส นามว่า อันเดรโอ ปัลลาดีโย(Andreo Palladio) ซึ่งเป็นผู้นำเอางานศิลปะแบบโรมันและคลาสสิคมาใช้เป็นกลุ่มแรกๆและสถาปนิกชาวเวนิสผู้นี้เองได้เป็นผู้ทดลองผสมผสานเทคนิคการก่อสร้างรูปแบบอาคารในแบบที่เรียกกันว่า นีโอ-ปัลลาดียน(Neo-Palladion) ซึ่งเกิดจากการหลอมรวมเอาศิลปะแบบโรมันและคลาสสิคเข้าด้วยกัน โดยเลียนแบบผังโครงสร้างอาคารตามต้นแบบอาคารในกลุ่มนีโอ-ปัลลาดียน ซึ่งมักพบในกลุ่มอาคารราชการประเภทกระทรวง ศาล รวมไปจนถึงอาคารเรียน เนื่องจากมีความเรียบง่าย ขนาดใหญ่โต มีความตรงไปตรงมาไม่มีลวดลายฉลุมาประดับอย่างไม่จำเป็น จะมีก็แต่เพียงลายจากตราสัญลักษณ์ หรือปูนปั้นประดับบางส่วนเท่านั้น

IMG_5405 IMG_5401 IMG_5394 IMG_5383 IMG_5372 IMG_5432

อย่างไรก็ตามสถานีดับเพลิงบางรักแห่งนี้จะยังคงดำเนินไปตามกาลเวลา เสียงหวูดรถดับเพลิงยังคงดังอยู่ในทุกครั้งที่เกิดเหตุฉุกเฉิน และจะยังคงมีผู้แวะเวียนมาชมความงดงามของอาคารหลังนี้ในทุกๆวัน โดยหวังเพียงว่าความรู้สึกชื่นชมนี้จะกลายเป็นแรงผลักดันให้รัฐบาลหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องเกิดความหวงแหนและเร่งหันมาพัฒนาอาคารอนุรักษ์แห่งนี้ให้กลับมีชีวิตชีวาอีกครั้ง

คอมเม้นท์มาสิ อย่ารอช้า...

comments

Leave a Reply

Your email address will not be published.