10 อวัยวะที่ “เสื่อมสภาพ” ได้เร็วก่อนวัยอันควร ที่ควรต้องดูแล

อวัยวะ ภายในในช่วงชีวิตต่อๆไปจะแข็งแรงหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น อาหาร ไลฟ์สไตล์ การดูแลเอาใจใส่สุขภาพ แต่รูปแบบการใช้ชีวิตของผู้คนในปัจจุบันต้องทำงานหนัก ใช้ชีวิตเร่งรีบ มีเวลาพักผ่อนน้อย ไม่มีเวลาออกกำลังกาย จนร่างกายสะสมความป่วยไว้หรือออกกำลังกายหนักเกินไป ออกกำลังกายไม่ถูกวิธี รวมถึงพฤติกรรมการทานอาหารที่เน้นสะดวกรวดเร็ว ทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน ทำให้เกิดโรคต่างๆและส่งผลให้เสื่อมลงได้แบบไม่รู้ตัว โดยเฉพาะ 10 อวัยวะต่อไปนี้

ดวงตา

ตาเป็นอวัยวะที่สำคัญไม่แพ้อวัยวะส่วนอื่นในร่างกาย การดูแลรักษาตาให้ทำงานได้อย่างดีจึงเป็นสิ่งจำเป็นมาก ต้องทั้งบำรุง ทั้งทำความสะอาดให้ถูกวิธี เพื่อให้ดวงตาสวยสดใสนั้นอยู่กับเราไปนานๆ โดยไม่ต้องกังวลว่ามันจะเป็นเรื่องยาก ลองมาดูกันเลย

  1. บำรุงจากภายในสู่ภายนอก โดยการรับประทานอาหารที่มีวิตามินเอ ช่วยในการปกป้องสายตา นอกจากวิตามินเอแล้ว สารอาหาร DHA ก็เป็นที่จำเป็นสำหรับจอประสาทตาเช่นกัน เราจะหาสาร DHA ได้จากปลาทะเล ไข่แดง ผักละผลไม้ต่างๆ นอกจากนี้แล้วยังต้องดื่มน้ำเยอะๆ เพื่อช่วยบำรุงสายตา และช่วยให้ตาชุ่มชื้นด้วย
  2. การเลือกใช้แว่นตาต่างๆ แว่นตาเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยถนอมสายตา และยังแก้ไขปัญหาสายตากับผู่ที่มีปัญหา สำหรับผู้ที่คอมพิวแตอร์หรือโทรศัพท์นานๆ ควรสมแว่นที่ บล๊อคแสงที่ฟ้า เพื่อลดทอนแสงจากจอคอมพ์หรือโทรศัพท์ สำหรับผู้ที่มปัญหาทางสายตา ควรพบจักษุแพทย์เพื่อวัดค่าสายตาและตัดแว่นให้ถูกกับปัญหาของสายตาแต่ละคน  นอกจากนี้เมื่อต้องออกแดควรสวมแว่นกันแดดเพื่อช่วยป้องกัน UV ที่จะมาทำร้ายดวงตาเราด้วย
  3. การพักผ่อนให้เพียงพอวัน 7-8 ชั่วโมง นอกจากจะเป็นการพักร่างกายที่เหนื่อยล้ามาทั้งวันแล้วยังเป็นการช่วยพักสายตาที่เราใช้อย่างหนักอีกด้วย
  4. การออกกำลังกายเป็นประจำจะช่วยลดโอกาสการเป็นต้อหินและโรคจอประสาทตาเสื่อม

 

หู

หูนับเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งที่ ซึ่งมีความสำคัญต่อร่างกายมาก โดยจะช่วยทำหน้าที่รับฟังเสียงต่างๆ ทำให้เราได้ยินเสียงรอบข้าง เราจึงควรระมัดระวังดูแลรักษาหู เพื่อใช้หูอย่างมีประสิทธิภาพ

  1. การทำความสะอาดหู ให้ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำบิดพอหมาดเช็ดบริเวณใบหู และรูหูเท่าที่นิ้วจะเช็ดเข้าไปได้เท่านั้น
  2. เมื่อเป็นหวัดเจ็บคอ ไม่ควรสั่งน้ำมูกแรงๆหรืออุดจมูกข้างใดข้างหนึ่งในขณะสั่งน้ำมูก เพราะจะทำให้เชื้อโรคในคอและจมูกถูกดันเข้าสู่หูชั้นกลาง ทำให้เกิดการติดเชื่อเป็นโรคหูน้ำหนวกได้
  3. ระวังอย่าให้หูได้รับการกระทบกระแทก เพราะจะทำให้เยื่อแก้วหูฉีกขาด หรือกระดูกหลุดจนเป็นเหตุให้เกิดการได้ยินลดลงได้
  4. หลีกเลี่ยงแหล่งที่มีเสียงดัง หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ควรใส่เครื่อง ป้องกันเสียงหรือที่ครอบหู และหากต้องการทำงานในที่เสียดังมากๆควรได้รับการตรวจการได้ยินทุกๆ 6 เดือน                                                          
  5. เมื่อมีอาการผิดปกติเกิดขึ้นกับหู เช่น หูอื้อ ปวดหู คันหู มีน้ำหนอง หรือเลือดไหลออกมาจากหู การฟังเสียงลดลง ควรรับการตรวจจาก แพทย์เฉพาะทาง หู คอ จมูก และหากตรวจ พบว่า แก้วหูทะลุหรืออักเสบ ต้องระวังไม่ให้น้ำเข้าหู ขณะอาบน้ำ หรือสระผม ควรใช้สำลีอุดหู หรือใช้หมวกพลาสติกคลุมผมปิดถึงใบหูด้วย

 

ผิวหนัง

ผิวหนังเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของร่างกายมนุษย์ที่มีพื้นที่มาก และมีหน้าที่สำคัญต่อร่างกายในการดำรงชีวิต ผิวหนังเป็นสิ่งที่เห็นได้ด้วยตาและสามารถสัมผัสได้ เราจึงต้องบำรุงผิวหนังอยู่สม่ำเสมอไม่ว่าจะผิวหน้าหรือผิวกาย

  1. ไม่ควรอาบน้ำที่อุณหภูมิที่สูงเกินไป เพราะจะทำให้ผิวหนังแห้งกร้าน
  2. ควรสครับผิวอย่างเป็นประจำ เพื่อให้ผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออก
  3. หลังจากอาบน้ำ ควรทาครีม โลชั่นเพื่อลดความตึงของผิว และช่วยให้ผิวชุ่มชื้น
  4. ควรกินผลไม้ตระกูลส้มและเบอร์รี่เป็นประจำ
  5. หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ลและน้ำอัดลม

 

กล้ามเนื้อ

  1. ทานผักเยอะๆ เพราะผักที่อุดมด้วยไนเตรทจะช่วยเพิ่มระดับโปรตีนที่สำคัญต่อการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ
  2. แช่น้ำแร่ น้ำแร่มีแมกนีเซียมซัลเฟตที่ช่วยบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ
  3. หายใจถี่ๆ หากหายใจ 1 ครั้งต่อวินาที จะช่วยลดการสะสมกรดในกล้ามเนื้อ
  4. สวมชุดรัดกล้ามเนื้อหลังออกกำลังกาย ช่วยลดอาการกล้ามเนื้อระบมได้

 

กระดูก

กระดูกมีหน้าที่ค้ำจุนโครงสร้างของร่างกาย ป้องกันอวัยวะภายใน อีกทั้งยังเป็นแหล่งผลิตเม็ดเลือดที่สำคัญ และยังเป็นแหล่งสะสมของแคลเซียม โดยการควคุมฮอร์โมนและวิตามินบี3 และเมื่อเราอายุมากขึ้นหากเราไม่ดูแลรักษากระดูกอาจจะทำให้กระดูกเสื่อมสภาพ เราจึงต้องดูแลกระดุกของเรา

  1. ปรับเปลี่ยนการกิน กินอาหารหรือเครื่องดื่มที่แคลเซียมสูง กินอาหารที่ได้รับวิตามินอย่าพอเพียงและสารอาหารครบถ้วน
  2. การวางท่าทางให้ถูกต้อง มีวิธีการง่ายๆ ที่สามารถปรับปรุงท่าทางการนั่ง การยืน การนอนและการยกของให้ดีขึ้นได้ หลังจากที่หมั่นยืดหลังให้ตรงมาสองสามวัน เราจะประหลาดใจที่รู้สึกว่าหลังของเราตรงมากแค่ไหน
  3. ไม่สูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป.นิโคตินและแอลกอฮอล์ทำให้กระดูกอ่อนแอและเปราะเพราะลดปริมาณแคลเซียมในกระดูก
  4. ปรึกษาแพทย์เพื่อหาวิธีป้องกันโรคกระดูกพรุน

 

สมอง

นอกจากร่างกายส่วนอื่นๆ แล้ว สมองก็เป็นอีกหนึ่งอวัยวะที่สำคัญมาก และจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างดี รวมไปถึงหมั่นบริหารสมองอยู่เสมอ เพื่อให้สมองไม่เสื่อมสภาพ

  1. การฝึกสมอง ร่างกายต้องการออกกำลังกายที่เหมาะสม สมองของเราก็เหมือนกัน การใช้สมองในการเรียนรู้สิ่งใหม่ รวมถึงเกมที่ใช้สมอง เช่ม เกมหมากล้อม หรือเกมประเภทตัวอักษาร ตัวเลข ล้วนเป็นการบริหารสมองที่ดี
  2. การกำจัดความเครียด ความเครียดจะทำให้เราสมองล้า เราลดภาวะความเครียดด้วยการนั่งสมาธิ หรือออกไปพักผ่อนเมื่อมีความรู้สึกว่ามีความเครียดมากเกินไป

 

ปอด

ปอด เป็นอวัยวะที่ทำหน้าที่ในการหายใจเข้า-ออก ปอดที่ไม่แข็งแรงจึงเป็นที่มาของร่างกายที่ไม่แข็งแรงตามไปด้วย มาเริ่มต้นดูแลปอดของคุณตั้งแต่วันนี้ เพราะปอดของคนเรามีเพียงคู่เดียว

  1. ปกป้องตัวเองจากมลพิษถ้าอยู่ในพื้นที่ที่มีมลภาวะทางอากาศในระดับสูง ก็จะต้องป้องกันตัวเองให้มากขึ้น โดยสามารถใส่หน้ากากอนามันเมื่อออกไปข้างนอก หรืออาจจะมีเครื่องกรองอากาศไว้ที่บ้าน เพราะมันช่วยป้องกันมลพิษในบ้านได้
  2. ไอออกมาหนึ่งในวิธีธรรมชาติที่ดีที่สุดที่จะส่งเสริมปอดคือ การยอมไอออกมา เพราะอาการไอคือการที่ปอดกำจัดเมือก ซึ่งมีสารก่อภูมิแพ้หรือการติดเชื้อภายใน                                                                              
  3. กินอาหารเสริมเสริมการกินด้วยเกลือแร่ เช่น แมกนีเซียม สังกะสี และซีลีเนียมให้เพิ่มขึ้น เพราะเกลือแร่เหล่านี้จำเป็นต่อการทำงานที่เหมาะสมของปอด
  4. ฝึกการหายใจแบบต่างๆ เพื่อช่วยในการบริหารปอดให้แข็งแรง

 

หัวใจ

หัวใจนั้นเป็นกล้ามเนื้อสำคัญที่จะส่งสารอาหารไปทั่วร่างกาย และไม่ต่างจากกล้ามเนื้ออื่นๆ มันจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง

  1. ไม่ควรกินของเย็นหรือน้ำแข็งมากๆ เพราะจะทำให้หลอดเลือดหดตัว
  2. ไม่ควรดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะไม่ดีต่อหัวใจ ยกเว้นการดื่มไวน์แดงวันละ ไม่เกิน 50 มิลลิลิตร สัปดาห์ละไม่เกิน 5 วัน
  3. ควรกินผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง โดย เฉพาะผลไม้สีเหลือง เช่น แครอต ฟักทอง มะเขือเทศ เพราะดีต่อสุขภาพหัวใจ
  4. กินปลาเป็นประจำจะมีอายุยืน เพราะหัวใจแข็งแรง
  5. ผู้สูงอายุที่เป็นโรคเกี่ยวกับหัวใจ ควรเคลื่อนไหวร่างกายช้าๆ โดยเฉพาะตอน ตื่นนอน ไม่ควรรีบลุกขึ้นทันที เพราะจะ ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งส่งผลเสียต่อหัวใจ
  6. ผู้ป่วยโรคหัวใจควรพบแพทย์และ กินยาตามคำแนะนำของแพทย์อย่างสม่ำเสมอ

 

ไต

ไตเป็นอวัยวะที่มีความสำคัญต่อร่างกายเพราะมันมีหน้าที่กำจัดสารพิษ และของเหลวส่วนเกินจากร่างกายผ่านทางการขับปัสสาวะ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่เราควรรักษาไตให้มีสุขภาพดีเสมอ เราลองมาดูกันดีกว่าว่ามีวิธีใดบ้างที่สามารถช่วยป้องกันให้คุณอยู่ห่างไกลจากโรคไต

  1. ควบคุมน้ำหนัก เพราะโรคอ้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้เป็นโรคไตเรื้อรัง
  2. ลดหวาน ช่วยให้ห่างไกลจากโรคอ้วนและโรคเบาหวานซึ่งทำให้เกิดผลกระทบต่อไต
  3. อย่าให้ตัวเองอยู่ในภาวะความดันโลหิตสูง ซึ่งจะส่งผลให้ไตทำงานหนัก
  4. หมั่นตรวจเช็คฟอสฟอรัสในร่างกาย หากฟอสฟอรัสในร่างกายมีมากเกินไป มีความเสี่ยงที่เราจะเป็นโรคไต

 

ลำไส้

ลำไส้ เป็นส่วนหนึงในทางเดินอาหารต่อจากกระเพาะอาหารไปสู่ทวารหนัก ลำไส้จะช่วยดูดซึมสารอาหาร แต่หากเราไม่ดูแลลำไส้ให้ใช้งานได้ดีจะทำให้มันทำหน้าที่ไม่สมบูรณ์และอาจทำให้เกิดโรคต่างๆตามมา ดังนั้นเรามาดูวิธีการดูแลลำไส้ของเรากัน

  1. กินอาหารจากพืชผักให้เพียงพอทุกวัน เน้นข้าวกล้อง ถั่ว งา เห็ด ผัก และผลไม้(ควรเป็นผลไม้ที่ไม่หวานจัด ไม่ใช่น้ำผลไม้ เพื่อป้องกันโรคอ้วน และโรคอ้วนลงพุง) โดยกินรวมกันให้ได้อย่างน้อยวันละ 5 สี 5 ทัพพี
  2. กินโยเกิร์ต หรือนมเปรี้ยว เพื่อเพิ่มจำนวนเชื้อแลตโตบาซิลลัส ก่อนซื้ออย่าลืมเลือกชนิดไขมันต่ำ และน้ำตาลต่ำ โยเกิร์ตชนิดถ้วยส่วนใหญ่มีน้ำตาลน้อยกว่านมเปรี้ยวชนิดของเหลว(น้ำนมเปรี้ยว)
  3. ฝึกโยคะ 4 ท่า ช่วยระบบย่อยทุกเช้าหลังตื่นนอน ดังนี้ ท่าแมว ท่าสุนัข ท่าสามเหลี่ยม ท่าสะพาน และปิดท้ายด้วยท่าศพ ครั้งละ 3-5 ลมหายใจ แต่ละท่าทำ 5 ครั้ง นับเป็น 1 เซ็ต

 

 

 

ขอบคุณ hotnestdocs

บทความอื่นๆ ท่าแพลงก์

คอมเม้นท์มาสิ อย่ารอช้า...

comments

Leave a Reply

Your email address will not be published.

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.