๕ โครงการหลวงในภาคเหนือ ของพ่อหลวงในรัชกาลที่ ๙

โครงการหลวง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ด้วยความที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยในทุกข์สุขของพสกนิกรชาวไทย ทำให้พวกเราชาวไทยได้เห็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ ไปเยี่ยมเยียนราษฎรในพื้นที่ต่างๆ อยู่เสมอ โดยเฉพาะในพื้นที่ยากจน ห่างไกล และทุรกันดาร ซึ่งพระองค์จะทรงใช้เวลาประทับอยู่ตามเขตภูมิภาคมากกว่าในกรุงเทพฯ ทั้งนี้ เพราะพระองค์ทรงมีพระราชประสงค์ที่จะหาข้อมูลที่แท้จริงจากผู้ที่อยู่ในพื้นที่ เกี่ยวกับปัญหาต่างๆ ในแต่ละภูมิภาค นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงสังเกตการณ์ และสำรวจสภาพทางภูมิศาสตร์ไปพร้อมๆ กัน เพื่อจะได้รวบรวมข้อมูลทั้งหมดไว้สำหรับการพระราชทานแนวทางเพื่อการดำเนินงานโครงการตามพระราชดำริต่อไป โครงการหลวง คือ พื้นที่ดำเนินการของโครงการหลวงส่วนใหญ่ จะอยู่ในเขตภาคเหนือ เนื่องจากเป็นถิ่นที่อยู่ของชาวไทยภูเขา ซึ่งพระองค์ทรงพระกรุณาที่จะพัฒนาความเป็นอยู่ของชาวไทยภูเขาให้อยู่ดี กินดี เลิกการปลูกฝิ่น และ การทำไร่เลื่อนลอย อีกทั้งยังทรงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาและบำรุงรักษาต้นน้ำลำธารบริเวณป่าเขา เพื่อบรรเทาอุทกภัยในเขตที่ลุ่มด้านล่าง ซึ่งการพัฒนาต่างๆ กว่าจะเกิดผล ล้วนแต่กินเวลานานนับสิบปี ซึ่งชาวไทยภูเขาเหล่านี้ ได้มีความจงรักภักดีในพระองค์ท่าน พร้อมทั้งเรียกขานพระองค์ท่านว่า “พ่อหลวง” และเรียกสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถว่า “แม่หลวง” รวมถึงเรียกโครงการของทั้งสองพระองค์ว่า  “โครงการหลวง “

 

 

๑ .โครงการหลวงอ่างขาง อ.ฝาง จ.เชียงใหม่

สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเพื่อส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรม ทดแทนการปลูกฝิ่น สถานีวิจัยแห่งแรกของโครงการหลวงอยู่บนเทือกเขาแดนลาว ตำบลแม่งอน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,400 เมตร และมียอดดอยสูงถึง 1,928 เมตร พื้นที่รับผิดชอบประมาณ 26.52 ตารางกิโลเมตร หรือ 16,577 ไร่ อากาศดี จัดตั้งขึ้นมาเมื่อปี พ.ศ. 2512 ตามแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่ว่า “ให้เขาช่วยตัวเอง” เปลี่ยนพื้นที่จากไร่ฝิ่นมาเป็นแปลงเกษตรเมืองหนาวที่สร้างรายได้ดีกว่าเก่าก่อนและไม่ผิดกฎหมายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎร ที่หมู่บ้านผักไผ่ อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ และได้เสด็จผ่านบริเวณดอยอ่างขาง ทอดพระเนตรเห็นว่าชาวเขาเผ่ามูเซอ ซึ่งในสมัยนั้นยังไว้แกละถักเปียยาว แต่งกายสีดำ สะพายดาบ ทำการปลูกฝิ่นแต่ยังยากจน ทั้งยังทำลายทรัพยากรป่าไม้ ต้นน้ำลำธารที่เป็นแหล่ง สำคัญต่อระบบนิเวศ ซึ่งจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อส่วนอื่น ๆ ของประเทศได้

จึงมีพระราชดำริว่าพื้นที่นี้มีภูมิอากาศที่หนาวเย็น มีการปลูกฝิ่นมาก ไม่มีป่าไม้อยู่เลยและสภาพพื้นที่ไม่ลาดชันนัก ประกอบกับ พระองค์ทรงทราบว่าชาวเขาได้เงินจากฝิ่นเท่ากับที่ได้จากการปลูกท้อพื้นเมือง และทรงทราบว่าที่สถานีทดลองไม้ผลเมืองหนาว ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ทดลองวิธีติดตา ต่อกิ่งกับท้อฝรั่ง จึงทรงพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จำนวน 1,500 บาท เพื่อซื้อที่ดินและไร่ในบริเวณดอยอ่างขางส่วนหนึ่ง ตั้งโครงการหลวงขึ้นเป็นโครงการส่วนพระองค์ เมื่อ พ.ศ. 2512 โดยทรงแต่งตั้งให้ หม่อมเจ้าภีศเดช รัชนี เป็นผู้สนองพระบรมราชโองการในตำแหน่งประธานมูลนิธิโครงการหลวงจนถึงพ.ศ. 2560 ใช้เป็นสถานีวิจัย และทดลองปลูกพืชเมืองหนาวชนิด ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นไม้ผล ผัก ไม้ดอกเมืองหนาว เพื่อเป็นตัวอย่างแก่เกษตรกรชาวเขา ในการนำพืช เหล่านี้มาเพาะปลูกเป็นอาชีพ ซึ่งต่อมาพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้พระราชทานนามว่า

“สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง”

การดำเนินงานของสถานี

  1. งานศึกษาวิจัย ไม้ผลเขตหนาว และขยายพันธุ์พืชชนิดต่างๆ
  2. งานเผยแพร่และฝึกอบรม เป็นแหล่งวิชาการปลูกพืชบนที่สูงที่สำคัญ เป็นสถานที่ฝึกอบรมเจ้าหน้าที่และเกษตรกรของมูลนิธิฯ
  3. งานพัฒนาและส่งเสริมอาชีพแก่เกษตรกร เป็นการดำเนินงานส่งเสริม และพัฒนาอาชีพแก่เกษตรกร บริเวณรอบสถานี โดยมีส่วนราชการต่างๆ ร่วมดำเนินงานในรูปคณะทำงานศูนย์พัฒนา โครงการหลวง กิจกรรมที่สำคัญได้แก่ การพัฒนาแหล่งน้ำ การวางแผน การใช้ที่ดิน การส่งเสริมการปลูกไม้ผล ผัก ชา การฟื้นฟูระบบนิเวศ การฟื้นฟูสภาพธรรมชาติ และการปลูกป่าชาวบ้าน

 

เเละซึ่งในช่วงเดือนมกราคมของทุกปี จะมีดอกพญาเสือโคร่งสีชมพูบานสะพรั่งไปทั่วทั้งบริเวณ จนที่อ่างขางได้รับสมญานามว่าเป็น แดนซากุระเมืองไทย” นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวยังสามารถชมความงามของป่าไม้นานาพรรณตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ พร้อมชิมและช็อปพืชผักผลไม้เมืองหนาวจากแปลงเกษตรของชาวเขาได้อีกด้วย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : ศูนย์บริการข้อมูลนักท่องเที่ยวอ่างขาง โทร 053-969-489

 

 

 

๒ . โครงการหลวงบ้านวัดจันทร์ อ.กัลยาณิวัฒนา จ.เชียงใหม่

เครดิตรูป : Chanawin Photography

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงวัดจันทร์ ตั้งอยู่ในอำเภอกัลยาณิวัฒนา จ. เชียงใหม่ ก่อกำเนิดขึ้นหลังจากที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดลุยเดช ได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยียนราษฎรชาวเขาในเขตหมู่บ้านวัดจันทร์ พระองค์ทรงทราบถึง ความยากลำบากของชาวเขาใน พื้นที่ จึงมีพระราชดำริให้มีการพัฒนาบ้านวัดจันทร์และหมู่บ้านใกล้เคียงเพื่อก่อตั้ง ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงวัดจันทร์” ขึ้น เพื่อช่วยให้สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ให้ราษฎร เพื่อให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นที่นี่เป็น แหล่งท่องไฮไลต์มีทิวทัศน์ ธรรมชาติสวยงาม ของป่าสนที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยพื้นที่โครงการหลวงวัดจันทร์ ที่คุ้นเคยของนัก ท่องเที่ยวคือ ที่องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อปป) และอีกหนึ่งจุดคือ ที่ตั้งของศูนย์พัฒนาโครงการหลวง วัดจันทร์ จะตั้งอยู่คนละพื้นที่ แต่ทั้งสองแห่งอยู่ในพื้นที่ดูแลของโครงการหลวงเช่นกัน

เครดิตรูป : Chanawin Photography

เครดิตรูป : Chanawin Photography

ในช่วงฤดูหนาวดินแดนกลางหุบเขาแห่งนี้ จะถูกปกคลุมไปด้วยม่านหมอกและสายลมอันหนาวเย็น ไม่ว่าใครก็ตามที่ได้มาเยือนสถานที่แห่งนี้คงไม่พ้น หลงเสน่ห์กับความงาม ที่มองเห็นอยู่ตรงหน้า ที่องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อปป) กับภาพสายหมอกลอยพริ้วปกคลุม ทิวสน และอ่างเก็บน้ำ รวมทั้งสีสันสดสวยของใบเมเปิ้ลที่พร้อมใจกันผลัด เปลี่ยนสีในช่วงฤดูหน้าวตั้งแต่เดือนธ.ค. ก.พ. บวกกับ ธรรมชาติอันอุดมงดงามและไมตรีจิตของ ชาวพื้นถิ่น ทั้งหมดนี้จะยังคงตราตรึง อยู่ในความประทับใจ ของผู้ที่ได้ไปเยือนตราบนาน เท่านาน นอกจากฤดูหนาวแล้วหากมาเที่ยวในฤดูฝนจะได้พบ กับอีกหนึ่งบรรยากาศ ที่เขียวขจีและสดชื่นในแบบฉบับของการท่องเที่ยว ช่วงกรีนซีซั่นซึ่งสวยงามไม่แพ้กัน เเถมที่พักก็สะดวกสบาย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงวัดจันทร์ โทร 084-365-5405

 

 

 ๓ . โครงการหลวงแม่ลาน้อย อ.แม่ลาน้อย จ.แม่ฮ่องสอน

โครงการหลวงแม่ลาน้อย ตั้งอยู่ในตำบลห้วยห้อมอำเภอแม่ลาน้อย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ที่ยังคงมีความเป็นธรรมชาติ และบริสุทธิ์ อบอุ่นไปด้วยวิถีชีวิตที่งดงามของชาวเขา ในช่วงเดือน ก.ย.-ต.ค. ซึ่งป็นฤดูทำนาข้าว นักท่องเที่ยวจะได้ชมความสวยงามของนาข้าวขั้นบันได ภายในพื้นที่ของโครงการตลอดสองข้างทาง รวมทั้งชมแปลงผักปลอดสารพิษ ที่ปลูกตลอด ทั้งปี เป็นโครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระ ปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ทั้งสองพระองค์เสด็จเยี่ยมราษฎรชาวบ้านป่าแป๋และบ้านห้วยห้อม เป็นครั้งแรก ได้พระราชทาน ทุนทรัพย์จำนวน 20,000 บาท จัดตั้งธนาคารข้าวแห่งแรกของโลกต่อมาในปี พ.ศ. 2546 ได้เสด็จพระราชดำเนินมาเยี่ยมราษฎรทั้งสอง หมู่บ้านเป็นครั้งที่ 2 และทรง รับสั่งให้ประธานมูลนิธิโครงการหลวง เข้าช่วยเหลือพัฒนาอาชีพแก่ชาวเขา โดยเฉพาะด้านเกษตรกรรม สังคมและ สาธารณสุขเนื่องจากบริเวณ ดังกล่าวเป็นพื้นที่ต้นน้ำแม่ลาน้อยและแม่น้ำแม่สะเรียง มีการปลูกฝิ่นและทำไร่เลื่อนลอยอย่างกว้างขวางจนกระทั่งในปี พ.ศ. 2523 ศูนย์พัฒนา โครงการหลวงแม่ลาน้อยได้ก่อตั้งขึ้น โดยใช้พื้นที่บ้านดงเป็นที่ทำการ เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดชทรงเคยทอดพระเนตร เห็นพื้นที่แล้ว ประกอบกับเป็นที่ตั้งของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนซึ่งเป็นศูนย์กลางพัฒนาการศึกษา แก่เยาวชนในท้องถิ่น ครอบคลุม 14 หมู่บ้าน ประกอบด้วยชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยง และเผ่าลั๊วะ

 

เครดิต : คนเดินทาง  คนเดินทางดอทคอม

 

เครดิต : คนเดินทาง  คนเดินทางดอทคอม

 

นอกจากนี้ไม่ไกลจากโครงการหลวงแม่ลาน้อย ยังสามารถท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่บ้านห้วยห้อมชมแปลงกาแฟอาราบิก้า พร้อมชิมกาแฟสดรสดี ผลิตภัณฑ์คุณภาพจากบ้านห้วยห้อม สวนกาแฟที่ได้รับการรับรอง GAP จากกรมวิชาการเกษตร ส่งจำหน่ายให้กับโครงการหลวง และสตาร์บัคส์ ชมการทอผ้าขนแกะของกลุ่มแม่บ้านห้วยห้อม มีทั้งผ้าทอขนแกะล้วน และผ้าทอขนแกะผสมฝ้ายที่ย้อมสีจากธรรมชาติ โดยภายในพื้นที่โครงการหลวงประกอบด้วยหมู่บ้านชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงและเผ่าลั๊วะ (ละว้า) กว่า 14 หมู่บ้าน ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเยี่ยมชมวิถีชีวิตชาวเขาทั้งเชิงเกษตรและวัฒนธรรม พร้อมชิมกาแฟสดอาราบิก้าที่สามารถซื้อกลับไปเป็นของฝากที่ระลึกได้อีกด้วย เเถมที่พักก็สะดวกสบาย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ลาน้อย โทร 053-619-533-4 หรือ 083-324-3062

 

 

 

๔ .โครงการหลวงสะโง๊ะ อ.เชียงแสน จ.เชียงราย

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะ ตั้งอยู่บ้านดอยสะโง๊ะ อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย การดำเนินงานของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะโง๊ะเริ่มต้น ในรูปของงานอาสาพัฒนาชาวเขาตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมูลนิธิโครงการหลวงและมหาวิทยาลัยแม่โจ้ แต่เนื่องจากการคมนาคมที่ไม่สะดวก เจ้าหน้าที่ต้องเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์เพียงเดือนละ 1 ครั้งเท่านั้น เมื่อไม่มีเจ้าหน้าที่ประจำงานส่งเสริมของศูนย์จึง ไม่เต็มประสิทธิภาพนัก จนกระทั่งปี พ.ศ. 2521 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้เสด็จเยี่ยมราษฎรในพื้นที่และทรง มีพระราชดำรัส ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลช่วยเหลือชาวบ้านดอยสะโง๊ะให้มากขึ้น ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยสะโง๊ะจึงก่อกำเนิดขึ้นโดยรับผิดชอบ 4 หมู่บ้าน 643 หลังคาเรือน ประชากร 2,672 คน ในพื้นที่ 38 ตารางกิโลเมตร หรือ 23,750 ไร่ มีทั้งเผ่าอีก้อ ไทลื้อ คนเมืองและไทลื้ออยู่ในดินแดนสามเหลี่ยมทองคำ เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมเยี่ยมกิจกรรมของศูนย์ฯชมแปลงสาธิตพืชผัก ไม้ดอก ไม้ผล และสมุนไพรและแปลงของเกษตรกรในพื้นที่ โดยเฉพาะแปลง ดอกเก๊กฮวยไม้ดอกขึ้นชื่อให้ผลผลิตในช่วงเดือนพ.ย.-ธ.ค. และดอกคาโมมายด์ ให้ผลผลิตในช่วงเดือนม.ค. ชมขั้นตอนวิธีการผลิตชาเก๊กฮวย รวมถึงทดลองจิบชาเก๊กฮวย และคาโมมายด์ เลือกซื้อเลือกหาผลิตภัณฑ์กลับบ้านในราคาย่อมเยา

เครดิต : www.thetrippacker.com

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะ โทร 053-163-346, 081-951-9711

 

 

๕ . โครงการหลวงปังค่า อ.ปง จ.พะเยา

เครดิต : www.thetrippacker.com

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่า  ตั้งอยู่ที่ บ้านสิบสองพัฒนา ต.ผาช้างน้อย อ.ปง จ.พะเยา มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 500-1300 เมตร อุณหภูมิเฉลี่ย 25.8 องศาเซลเซียส ลักษณะพื้นที่เป็นเนินเขาสลับกับภูเขามีที่ราบระหว่างภูเขาเล็กน้อย ครอบคลุมพื้นที่รับผิดชอบ 35026 ไร่ มีหมู่บ้านในเขตรับผิดชอบจำนวน 3 หมู่บ้าน คือ บ้านสิบสองพัฒนา บ้างปางค่าใต้ และบ้านปางค่าเหนือ ได้จัดตั้งขึ้นไนปีพ.ศ. 2530 เพื่อส่งเสริมให้ราษฎรปลูกไม้ผลเมืองหนาวทดแทนการบุกรุกป่าและปลูกฝิ่น โครงการหลวงแห่งนี้มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 640 เมตร บริเวณพื้นที่โดยรอบมีชาวเขา เผ่าม้ง และ เผ่าเย้า อาศัยอยู่ จุดท่องเที่ยวหลักๆของโครงการหลวงปังค่าคือการท่องเที่ยวเชิงเกษตร นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมแปลงผลไม้ ไม้ดอกไม้ประดับ และพืชผักต่างๆในพื้นที่ของโครงการหลวง

 

เครดิต : www.thetrippacker.com

เครดิต : www.thetrippacker.com

โดยเฉพาะฟักทองยักษ์ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของโครงการหลวงปังค่า เมื่อปี พ.ศ.2551เคยมีผลผลิตหนักสุดถึง 72 กิโลกรัมเลยทีเดียว ผลผลิตทางการเกษตรทั้งหมดที่นักท่องเที่ยวสามารถชมได้จากที่โครงการหลวง ยกตัวอย่างเช่น ฟักทองยักษ์ ฟักทองสีขาว อะโวกาโด องุ่นไร่เมล็ด มะม่วง ส้มโนรีตะ ส้มคัมควอท ลิ้นจี่ (เมษายน-พฤษภาคม) แว็กซ์ฟลาวเวอร์ มะเขือการ์ตูน (ฤดูหนาว) ดอกไม้เมืองหนาว (ฤดูหนาว) กุหลาบ บัวชั้น กระเจียว พีค๊อก กะหล่ำม่วง ซุกินี่ มะเขือม่วงก้านดำ หอมญี่ปุ่น คะน้าฮ่องกง ผักกวางตุ้งฮ่องเต้ ในช่วงหน้าหนาวในช่วงเวลาที่มีผลลิตเก็บเกี่ยวมากจะมีตลาดชุมชนให้นักท่องเที่ยวมาเลือกซื้อหาผลผลิตที่เก็บมาแบบสดๆ และยังมีผลิตภัณฑ์งานหัตถกรรมชาวบ้านจำหน่าย อาทิเช่น ผ้าเขียนลายเทียน ผ้าปัก กระเป๋าใส่เงิน กระเป๋าใส่มือถือ สมุดจดบันทึกหน้าปกลายผ้าปัก เสื้อแบบเย้า เครื่องเงิน ฯ หากไปถูกจังหวะยังมีโอกาสได้เห็นวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชนเผ่าอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมท่องเที่ยวศึกษาธรรมชาติเช่นชมดอยภูลังกาเดินป่าในเส้นทางน้ำตกขุนน้ำต้มและดูนก

เครดิต : www.thetrippacker.com

 

เครดิต : www.thetrippacker.com

 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงปังค่า โทร 054-401023, 088-410-9089

 

” นี้คือของขวัญจากผืนแผ่นดิน เเละ เเนวทางที่พ่อสร้างไว้ “

 

บทความอื่น ๆโครงการ “ชั้งหัวมัน” บ้านไร่ของพ่อหลวง ร.9

 

คอมเม้นท์มาสิ อย่ารอช้า...

comments

Leave a Reply

Your email address will not be published.

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.