ไขมันทรานส์ อันตรายใกล้ตัวที่คุณไม่รู้

ไขมันทรานส์ คืออะไร กรดไขมันทรานส์ มักพบได้ในอาหารและขนม เช่น เบเกอรี่ หรือ โดนัท ที่ใช้เนยขาว เนยเทียม ครีมเทียม หรือมาการีน เป็นส่วนผสม และเมื่อเข้าสู่ร่างกาย จะเพิ่มระดับไขมันเลว (LDL) และลดไขมันดี (HDL) ในเส้นเลือด ซึ่งนำไปสู่โรคหลอดเลือด โรคหัวใจ รวมถึงโรคเบาหวานอีกด้วยกรดไขมันทรานส์ ถูกคิดค้นขึ้นเมื่อช่วงปลายศตวรรษที่ผ่านมา โดยการเปลี่ยนโครงสร้างโมเลกุลของน้ำมันพืช เพื่อทำให้น้ำมันพืชสามารถคงสภาพแข็งตัวหรือกึ่งแข็งกึ่งเหลว และมีอายุเก็บไว้ได้นานกว่าเดิมถึงแม้มันจะช่วยให้อุตสาหกรรมอาหารลดต้นทุนในการผลิต และเคยถูกมองว่าเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าไขมันธรรมชาติ การวิจัยทางวิทยาศาสตร์ได้ยืนยันแล้วว่ามันเป็นภัยต่อสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข ออกประกาศกระทรวงฯ เกี่ยวกับกรดไขมันทรานส์ (trans fat acid) ว่า เนื่องจากไขมันทรานส์ที่เกิดจากน้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วน ส่งผลต่อการเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ จึงให้อาหารที่มีน้ำมันที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจนบางส่วน เป็นอาหารที่ ห้ามผลิต นำเข้าหรือจำหน่ายใน 180 วัน นับจากวันที่ 11 ก.ค. 2561

ประเทศใดแบนไขมันทรานส์แล้วบ้าง ?

เดนมาร์ก เป็นประเทศบุกเบิกในการห้ามใช้ไขมันทรานส์อย่างสิ้นเชิงตั้งแต่ปี 2003 ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ทำให้มีอีกหลายชาติเดินรอยตาม”ปัจจุบันเรามี 7 ประเทศในยุโรปที่แบนไขมันทรานส์โดยกฎหมาย และมันล้วนเริ่มต้นจากเดนมาร์ก” ดร. เจา บรีดา หัวหน้าหน่วย ป้องกันและควบคุมโรคไม่ติดต่อขององค์การอนามัยโลกประจำศูนย์ยุโรป กล่าว

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐฯ หรือเอฟดีเอ (FDA) ได้ห้ามใช้ไขมันทรานส์ โดยให้เวลาผู้ประกอบการ 3 ปีในการเลิกใช้ทั้งหมด ซึ่งเพิ่งครบกำหนดเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา

นอกจากนี้ นับตั้งแต่ปี 2006 เอฟดีเอได้กำหนดให้ผลิตภัณฑ์อาหารในสหรัฐฯ ต้องติดฉลากระบุปริมาณไขมันทรานส์ ซึ่งเอฟดีเอระบุว่าช่วยให้ชาวอเมริกันลดการบริโภคไขมันทรานส์ไปได้กว่า 3 ใน 4

เมื่อปี 2012 สิงคโปร์ ได้ออกกฎหมายจำกัดปริมาณไขมันทรานส์ในอาหารให้ไม่เกิน 2 กรัม ต่อประมาณไขมัน 100 กรัม และต้องระบุปริมาณไขมันทรานส์บนห่อบรรจุภัณฑ์ของอาหารประเภทไขมัน

เเล้วอันตรายของไขมันทรานส์ ??

การทานอาหารที่มีส่วนผสมของไขมันทรานส์มากๆ หรือติดต่อกันนานๆ อาจส่งผลเพิ่มความเสี่ยงอันตรายต่อร่างกาย ดังนี้

ซึ่งโรคเหล่านี้อันตราย และหากมีอาการรุนแรงจะส่งผลต่อชีวิตได้ภายในเวลาไม่กี่นาที หากเราทานอาหารที่มีไขมันทรานส์ค่อนข้างมาก และไม่เคยตรวจสุขภาพหาค่าไขมันในเลือดมาก่อน ซึ่งวันนี้เรานำตัวอย่างมาให้ดูเพื่อจะได้คิดพิจารณาก่อนรับประทาน

 

 

ของจำพวกขนมเค้ก พาย คุกกี้

พวกขนมอบต่าง ๆ พาย ครัวซองต์ ขนมเค้ก คุกกี้ ร้านค้าตามห้างส่วนใหญ่ ที่มีการผลิตครั้งละมาก ๆ ยังเสี่ยงต่อการปนเปื้อนไขมันทรานส์ เพราะตามข้อมูลพบว่ายังมีการใช้เนยเทียมหรือมาการีน วิปปิ้งครีม เนยขาว ในการาทำขนมหวานซึ่งของกินเหล่านี้จะทำให้คุณได้รับไขมันทรานส์เข้าไปเต็มๆเลยแหละ

 

โดนัท

กินได้ปกตินะ แต่ต้องไม่มีการปนเปื้อนของไขมันทรานส์ เพราะในกระบวนการผลิตน้ำมันที่มีการเติมไฮโดรเจนแบบสมบรูณ์ โดนัทเจ้าดังบางเจ้าก็ยังตรวจพบการปนเปื้อนของไขมันอยู่ ถ้าผู้บริโภคไม่แน่ใจว่าเจ้าไหนอันตรายหรือมีส่วนผสมหรือป่าว แนะนำให้ลดให้หลีกเลี่ยง รอดูทีหลังจาก 180 พอ พอเขาจำกัดผลิตภัณฑ์ที่ปนเปื้อนออกไป ทีนี้จะได้กินได้แบบแฮปปี้ แต่ไม่ควรกินเยอะเกิ่นไปนะคะ

 

ครีมเทียม

มีข้อมูลระบุว่า 1 ใน 3 ส่วนของส่วนประกอบในครีมเทียม คือ ไขมัน และน้ำเชือมกลูโคส ส่วนประกอบอื่นก็เป็นพวกสารเคมีในการแต่งกลิ่น และสี มีสารป้องกันการเกาะตัวเป็นก้อนโปรตีนนม ไขมันในครีมเทียมนั้นแหละที่เป็น “ไขมันทรานส์” ซึ่งเป็นไขมันตัวร้ายที่อาจก่อให้เกิดโรคภัยต่าง ๆ ตามมา เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่นิยมเติมในเครื่องดื่มต่างๆ ที่คนไทยนิยมกิน เช่น ชาเย็น กาแฟเย็น ชานมไข่มุกควรที่จะหลีกเลี่ยงครีมเทียมแล้วมาใช้ นมสด แทนจะดีที่สุด

 

ไก่ทอด เฟรนซ์ฟราย ป๊อปคอร์น

ส่วนของทอด เช่น  ไก่ทอด เฟรนซ์ฟราย หากทอดแบบ Deep Fried ในความร้อนสูง ใช้น้ำมันทอดซ้ำ ๆ หลายครั้ง อันนี้จะมีไขมันทรานส์ปนเปื้อนได้ง่ายมาก และยังมีสารมะเร็งพ่วงเข้ามาด้วย ส่วนพวกป๊อปคอรน์ มันฝรั้งทอด ที่ใช้เนยเทียมในการอบการทอด ก็ยิ่งจะมีไขมันทรานส์มากไปอีก ให้หลีกเลี่ยงไปเลย แต่ถ้าอยากกินสุด ๆ แนะนำให้ใช้เนยสดมาอบแทน

นมข้นหวาน นมข้นจืด

หลายคนกลัวว่า นมข้นหวาน ก็จะมี “ไขมันทรานส์” ซ่อนอยู่ ผู้ประกอบการที่ผลิตนมข้นหวาน เนยเทียมต่าง ๆ เริ่มที่จะออกมาประกาศว่า สินค้าของเค้าไม่มีน้ำมันที่ผ่านการเติมไฮโดเจนบางส่วน ไม่กระทบกับข้อกฎหมายนี่ เช่น ขนข้นหวานตรามะลิ ส่วนนมข้นจืดก็เหมือนกัน หากเจ้าไหนมีการผลิตที่ดี ไม่มีไขมันทรานส์มาปนเปื้อน ก็สามารถที่จะกินต่อไปได้แต่ถ้าเจ้าไหนจะมีปนเปื้อนก็ควรที่จะหลีกเลี่ยง

ประเภทอาหารที่มีโอกาสมี ” ไขมันทรานส์ “

เครดิต : daily.bangkokbiznews

ขอบคุณข้อมูล : thairath

บทความที่เกี่ยวข้อง :  อาหารที่ไม่ควรทานบ่อย เสี่ยงจะเป็นโรค

                                    สมุนไพรธรรมชาติ บำบัด แก้โรคได้สารพัดโรค

                                     มาสิ!มารู้เกี่ยวกับ 6 ผักผลไม้ลดความอ้วน(ผักก็ดี ผลไม้ก็โดน)

คอมเม้นท์มาสิ อย่ารอช้า...

comments

Leave a Reply

Your email address will not be published.

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.