โครงการ “ชั้งหัวมัน” บ้านไร่ของพ่อหลวง ร.9

เมื่อชาวเเก๊งจากราชภัฎอุดรธานีเดินทางมาศึกษาดู กับสิ่งที่พ่อสร้างไว้สำหรับ “โครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ” ตั้งอยู่ที่หมู่บ้านหนองคอกไก่ หมู่ที่ 5 ตำบลเขากระปุก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี เดิมบริเวณนี้เป็นพื้นที่แห้งแล้ง เกษตรกรส่วนใหญ่นิยมปลูกพืชไร่ แต่ด้วยแนวคิดอันยิ่งใหญ่จากพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทำให้พลิกฟื้นผืนดินที่แห้งผากหวนคืนสู่ความอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง เพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกร

รูปโดย Jame Sirirach Samath

ความเป็นมาของโครงการ

เมื่อปลายปี พ.ศ.2551                               

พระบาทสมเด็จพระปรมิทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงซื้อที่ดินจากราษฎร พื้นที่ประมาณ 120 ไร่ ณ บริเวณอ่างเก็บน้ำหนองเสือ บ้านหนองคอไก่ หมู่ที่ 5 ตำบลเขากระปุก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ต่อมา ปี พ.ศ. 2552 ทรงซื้อแปลงติดกันเพิ่มอีก 130 ไร่ รวมพื้นที่ทั้งหมด 250 ไร่ และทรงมีดำริให้ทำเป็นโครงการตัวอย่างด้านการเกษตร รวบรวมพันธุ์พืชเศรษกิจในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง มาปลูกไว้ที่นี่ โดยเริ่มดำเนินการ ตั้งแต่วันที่ 13 กรกฏาคม 2552 เป็นต้นมา​สภาพพื้นที่โดยทั่วๆ ไป แห้งแล้ง ดินปนทรายและหินลูกรัง เจ้าของที่ดินเดิมปลูกต้นยูคาลิปไว้และตัดไม้ขายไปแล้ว มีแต่ต้นยูคาลิปที่งอกมาจากต้นตอเดิมเต็มพื้นที่ มีแปลงมะนาวเดิมอยู่ประมาณ 35 ไร่ และแปลงปลูกอ้อย 30 ไร่จึงได้พัฒนาพื้นที่ ให้เป็นแปลงปลูกพืชเศรฐกิจ ซึ่งมีทั้งพืชผักสวนครัว นาข้าว สวนไม้ผล ยางพารา มะพร้าว สัปรด พืชไร่ ฯลฯ กองงานส่วนพระองค์ ขอความร่วมมือหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนให้เข้ามาช่วยกันปรับปรุงพัฒนาพื้นที่ เช่น การทำถนนเข้โครงการ ขุดสระเก็บน้ำ ทำรั้วรอบโครงการ ก่อสร้างอาคาร และสาธารณูปโภค ติดตั้งระบบไฟฟ้าแสงสว่าง ขุดเจาะบ่อน้ำบาดาล ทำระบบชลประทาน ทำให้พื้นที่โครงการ และหมู่บ้านใกล้เคียงมีความเจริญขึ้นอย่างรวดเร็ว

เมื่อปี พ.ศ. 2551 เกิดเหตุการความคิดเห็นต่างกันทางการเมืองทำให้มีกลุ่มบุคคลออกมาแสดงความคิดเห็น สร้างความไม่สงบขึ้น
พระบาทสมเด็จพระปรมิทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเอาหัวมันเทศวางบนตาชั่งตั้งไว้บนโต้ะทรงงาน เพื่อเป็นคติเตือนใจ “ชั่งหัวมัน” หัวมันเทศเมื่องวางอยู่นานเข้าก็จะแตกใบ มีต้นงอกออกมา ก็ทรงให้เอาต้นมันนั้นไปเพาะเลี้ยงไว้ในเรือนเพาะชำ แล้วนำมันเทศหัวใหม่มาวางไว้บนตาชั่งแทน ทำเช่นนี้เรื่อยไป ในเรือนเพาะชำก็มีแต่ต้นมันเทศ ทรงมีดำริว่า หัวมันเทศวางไว้บนตาชั่งไม่มีดินและน้ำยังงอกได้ที่ดินแปลงนี้ มีดินและพอมีน้ำอยู่บ้างก็น่าจะปลูกมันเทศได้จึงทรงพระราชทานต้นมันเทศจากเรือนเพาะชำมาปลูกไว้ที่นี่และพระราชทานชื่อโครงการนี้ว่า

“ โครงการชั่งหัวมัน ตามพระราชดำริ ”

โครงการชั่งหัวมัน

 

พระราชดำรัส

…..คนที่ได้ดูก็เห็นได้ว่า เริ่มต้นด้วยไม่มีอะไรเลย แต่ว่าต่อมาภายในวันเดียว ทุกคนที่อยู่ในท้องที่นั้นก็เข้าใจว่าต้องช่วยกัน และยิ่งในสมัยนี้ ในระยะนี้เราต้องร่วมมือกันทำ เพราะว่าถ้าไม่มีการร่วมมือกันก็ไม่ก้าวหน้า ไม่มีความก้าวหน้า ฉะนั้น การที่ท่านได้ทำแล้วมีความก้าวหน้านี้เป็นสิ่งที่ดีมาก หลักการก็อยู่ทุกคนต้องช่วยกันเสียสละ เพื่อให้กิจการในท้องที่่ก้าวหน้าไปด้วยดี ก้าวหน้าได้อย่างไรก็ด้วยการช่วยเหลือกัน แต่ก่อนนั้นเคยเห็นว่ากิจการที่ทำมีกลุ่มหนึ่งทำ และทำให้ก้าวหน้า เเต่อันนี้มันไม่ใช่กลุ่มหนึ่ง มันทั้งหมดร่วมกันทำ และก็มีความก้าวหน้าแน่นอน อันนี้ก็เป็นสิ่งมหัศจรรย์ และเป็นสิ่งที่ทำให้มีความหวัง มีความหวังว่าประเทศชาติจะก้าวหน้า ประเทศชาติจะมีความสำเร็จ…..

พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

๒๑ สิงหาคม ๒๕๕๒

วัตถุประสงค์
1. เพื่อให้เป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์พืชเศรษฐกิจ พืชพันธุ์ดีของอำเภอท่ายาง และของจังหวัดเพชรบุรี
2. เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรแก่เกษตรกร
3. เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดทำแปลงหรือมาช่วยงานพระองค์
เป้าหมาย
โครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ มีเป้าหมายในการสนองพระราชประสงค์และพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ให้เป็นศูนย์รวมพันธุ์พืชเศรษฐกิจของอำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี และพื้นที่ใกล้เคียงรวมทั้งการจัดการฟาร์มโคนม และโรงเลี้ยงไก่ไข่ โรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์นม ซึ่งมีผลิตภัณฑ์นมพาสเจอร์ไรส์ และสเตอริไรส์ ตลอดจนมีหน่วยทดลองพลังงานทดแทน  เช่น ทุ่งกันหันลม พลังงานแสงอาทิตย์ และไบโอดีเซล ทั้งนี้หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงชาวบ้านที่อยู่พื้นที่ใกล้เคียงได้เข้ามาร่วมกันบำรุงดูแลรักษา และแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็นตามวิถีการดำรงชีวิตเกษตรกรรมตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
“…โครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ ได้ดำเนินการผลิตผลิตภัณฑ์เกษตรที่ปลอดภัยจากสารพิษ ภายใต้การควบคุมกำกับดูแลขั้นตอนการผลิตอย่างใกล้ชิดโดยนักวิชาการเกษตรที่มีความชำนาญเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพผ่านการเก็บเกี่ยวรวบรวมผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ การคัดเลือก คัดแยก และบรรจุ เพื่อส่งถึงผู้บริโภค ให้มั่นใจได้ว่า ผู้บริโภคจะได้รับผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ…”
กิจกรรมโครงการ
• การใช้กังหันลมผลิตไฟฟ้าเพื่อเป็นพลังงานทดแทน
• การผลิตพืชปลอดภัยจากสารพิษ
• การสาธิตการปลูกสบู่ดำ
• การปลูกข้าวสายพันธุ์ต่าง ๆ
• แปลงศึกษาและส่งเสริมการผลิตชมพู่เพชรสายรุ้ง
• แปลงศึกษาและส่งเสริมการผลิตหน่อไม้ฝรั่ง
• การทำปุ๋ยหมัก
• การปลูกไม้ผล พืชไร่ ประกอบด้วย แก้วมังกร กล้วยน้ำว้า กล้วยหักมุก มะละกอ มะนาว ฟักทอง กล้วย อ้อย มะพร้าวน้ำหอม มะพร้าวห้าว ฯลฯ
• การปลูกพืชผัก ประกอบด้วย มันเทศ กระเพรา โหระพา พริกพันธุ์ซูปเปอร์ฮอต มะเขือเทศราชินี กระเจี๊ยบเขียว วอเตอร์เครส มะระขี้นก ผักหวานบ้าน ฯลฯ
 
ผลิตภัณฑ์
โครงการชั่งหัวมัน ตามพระราชดำริ ได้ดำเนินการผลิต ผลิตภัณฑ์เกษตรที่ปลอดภัยจากสารพิษ
ภายใต้การควบคุมกำกับดูแลขั้นตอนการผลิตอย่างใกล้ชิด โดยนักวิชาการเกษตรที่มีความชำนาญ เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ผ่านการเก็บเกี่ยวรวบรวมผลิตภัณฑ์ ที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ การคัดเลือก คัดแยก และบรรจุ เพื่อส่งถึงผู้บริโภคให้มั่นใจได้ว่า ผู้บริโภคจะได้รับผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ โดยผลิตภัณฑ์จากโครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ จะมีวางจำหน่ายเฉพาะที่ร้านโกลเด้น เพลซ เท่านั้น

พอเข้าไปก็เริ่มเดินออกสำรวจ พี่ ๆ เจ้าหน้าที่ก็นำรถออกมารับเพื่อขับดูรอบ ๆ พื้นที่โครงการ พร้อมคำเเนะนำเเละที่มาที่ไปขอเเต่ละที่

รูปโดย Jame Sirirach Samath

โรงเลี้ยงโคนม

โรงเลี้ยงโคนม โครงการชั่งหัวมัน ตามพระราชดำริ เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2553 โดยนำโคนมปลดระวางจากโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา จำนวน 14 ตัว มาเลี้ยงเพื่อเป็นศูนย์สาธิตการเลี้ยงโคนมให้กับชาวจังหวัดเพชรบุรีและใกล้เคียง โดยมีเกษตรกรผู้สนใจเข้ามาศึกษาดูงานอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีนักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยราชมงคลธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี เข้ามาฝึกงานการเลี้ยงโคนมกับทางโครงการฯ ด้วย สำหรับการดูแลโคนมแรกคลอดถึง 3 เดือน จะให้น้ำนมโคเป็นอาหารหลักวันละ 4 ลิตร จำนวน 2 เวลา ส่วนโคนมอายะครบ 3 เดือนจะให้อาหารหยาบ โดยปล่อยให้แทะเล็มหญ้าสดในแปลง ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงให้ความสำคัญกับลักษณะพันธุ์หญ้าที่โคกิน โดยทางโรงโคนม ได้เลือกหญ้าพันธุ์แพงโกล่า เนื่องจากมีคุณค่าทางโภชนการโปรตีนสูง เป็นพืชอาหารสัตว์ชั้นดีสำหรับโค ซึ่งการกินหญ้าสดส่งผลใหสุขภาพของโคแข็งแรงดี

 

รูปโดย Jame Sirirach Samath

 

รูปโดย Jame Sirirach Samath

รูปโดย Jame Sirirach Samath

 

ภาพจาก นิตยสาร BAREFOOT

 

นอกเหนือจากพืชเศรษฐกิจในพื้นที่ ที่นี่ยังมีการปลูกไม้ผลพืชไร่และพืชผักต่าง ๆ มีแปลงสาธิตปลูกข้าวทั้งข้าวเจ้าและข้าวเหนียว ปลูกยางพารา ซึ่งทั้งหมดนี้จะเน้นไม่ให้มีการใช้สารเคมี หรือหากต้องใช้ก็ต้องมีในปริมาณที่น้อยที่สุด เรื่องของการปศุสัตว์ ก็มีการทดลองทำฟาร์มโคนม ฟาร์มไก่ และมีการใช้พลังงานจากทุ่งกังหันลมเพื่อผลิตไฟฟ้าใช้ภายในโครงการนอกจากนี้ยังทรงให้ปรับปรุงระบบระบายน้ำที่อ่างเก็บน้ำหนองเสือเพื่อใช้ในโครงการ และยังมีชาวบ้านมาสมัครเป็นลูกจ้างคอยดูแลพืชพรรณ ฟาร์มปศุสัตว์ และช่วยกันดำเนินงานต่าง ๆ ภายในโครงการ ซึ่งถือเป็นการสร้างอาชีพสร้างรายได้ให้ชาวบ้าน

 

บ้านพักของพ่อหลวง ร.9

โครงการชั่งหัวมัน

ภาพจาก JoePortfolio / Shutterstock.com

 

โครงการชั่งหัวมัน

รูปโดย Jame Sirirach Samath

หน่วยผลิตน้ำมันทดเเทน

  ไบโอดีเซล (Biodiesel) คือ น้ำมันพืชหรือน้ำมันสัตว์ รวมทั้งน้ำมันใช้แล้วจากการปรุงอาหารนำมาทำปฏิกิรยาทางเคมีกับแอลกอฮอล์ เรียกอีกอย่างว่าสารเอสเตอร์ มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับน้ำมันดีเซลมาก และในกระบวนการผลิตยังได้กลีเซอรอลเป็นผลพลอยได้ ซึ่งสามารถนำมาใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางค์อีกด้วย

วัตถุดิบในการผลิตไบโอดีเซล ได้แก่น้ำมันพืชและน้ำมันสัตว์ทุกชนิด แต่การนำพืชน้ำมันชนิดใดมาทำเป็นไบโอดีเซลนั้น แตกต่างกันไปตามลักษณะสภาพภูมิอากาศและภูมิประเทศ สำหรับในประเทศไทยผลิตไบโอดีเซลจากมะพร้าวและปาล์มน้ำมัน โดยผลการวิจัยในปัจจุบันพบว่าปาล์มคือพืชที่ดีและเหมาะสมที่สุดในการนำมาใช้ทำไบโอดีเซล เพราะเป็นพืชที่มีศักยภาพในการนำมาผลิตเป็นเชื้อเพลิงสูงกว่าพืชน้ำมันชนิดอื่น จากการที่มีต้นทุนการผลิตต่ำ ให้ผลผลิตต่อพื้นที่สูง

โครงการชั่งหัวมัน

รูปโดย Jame Sirirach Samath

รูปโดย Jame Sirirach Samat

 

นมชั่งหัวมัน

 นมชั่งหัวมัน ผลิตภัณฑ์นมสเตอริไลส์จากโครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ น้ำนมโคเต็มมันเนยสเตอริไลส์ แท้ 100% จากโคนมคุณภาพดี ภายในฟาร์มโคนม ท่ามกลางธรรมชาติ และทิวเขียวที่เขียวชอุ่ม บรรจุในขวดสีสันสดใส อยู่ได้นานโดยไม่ต้องแช่เย็น ถูกเเละอร่อย สิ่งที่พอสร้าง

โครงการชั่งหัวมัน

รูปจาก Jeban.com

สำหรับเยาวชนและประชาชนที่เข้าเที่ยวชม สามารถนำความรู้ที่ได้รับมาปรับใช้กับพืชผลการเกษตรของตนได้ ปัจจุบันโครงการชั่งหัวมันถือว่าเป็นโครงการที่มีความสำคัญต่อเกษตรกรอย่างยิ่งในการเลือกที่จะศึกษา และเป็นอีกหนึ่งแหล่งเรียนรู้ทางการเกษตรยั่งยืน รวมถึงเรื่องราวพระราชปณิธานอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ท่านที่มีต่อชาวไทยทุกคนอีกด้วย

ก่อนกลับถ่ายรูปเก็บภาพประทับใจไว้สักนึงเเชะ ธรรมชาติ ความรู้ ความหวังดีของพ่อ ความสุข

รูปโดย Jame Sirirach Samath

 

การเข้าชมโครงการชั่งหัวมัน

โครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าเยี่ยมชมได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-16.30 น. โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น

– สำหรับการแต่งกาย เน้นสวมใส่ชุดสุภาพเป็นหลัก กางเกงขายาาว (สามารถใส่กางเกงยีนส์ได้), เสื้อสีสุภาพ เช่น ขาว ดำ เทาน้ำเงินเข้ม น้ำตาลเข้ม ตัดเย็บด้วยแบบสุภาพ

– โครงการมีรถนำชมและมัคคุเทศก์ประจำรถให้บริการฟรี โดยจะหยุดพักให้บริการงานนำชมทุกวันจันทร์ หรือหากจะเข้าชมด้วยตนเองก็มีรถจักรยานให้บริการฟรี

– ภายในโครงการมีร้านโกลเด้นเพลซ จำหน่ายอาหารว่าง เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์เกษตรของโครงการฯ

– การเข้าเยี่ยมชมเป็นกลุ่มหรือคณะ ควรแจ้งจองเวลาล่วงหน้า อย่างน้อย 3 วันทำการ โดยทำหนังสือถึง ผู้จัดการโครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ ในหนังสือ ระบุรายละเอียดวัน เวลา และจำนวนคน ระบุชื่อ และหมายเลขโทรศัพท์ ผู้ติดต่อประสานงาน ส่งหนังสือถึงโครงการ ทางโทรสาร หมายเลข 032 472702 หรือทางอีเมล [email protected] ติดต่อขอรายละเอียดเพิ่มเติม ทางโทรศัพท์ หมายเลข 032 472701, 032 472703

 

เรียบเรียงโดย :: Maybe

ขอบคุณขอมูล :: โครงการชั่งหัวมัน ตามพระราชดำริ (พ.ศ. 2552)   

  โครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ เที่ยวบ้านไร่ของในหลวง ร.9

โครงการชั้งหัวมัน โดยพระราชดำริ

ขอบคุณรูปภาพสวย ๆ :: Jame Sirirach Samath

คอมเม้นท์มาสิ อย่ารอช้า...

comments

Leave a Reply

Your email address will not be published.

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.