อาหารที่ไม่ควรทานบ่อย เสี่ยงจะเป็นโรค

เสี่ยงเป็นโรค ด้วยอาหารเเต่หากพูดถึงของกินประเทศไทย เป็นประเทศที่ปกคลุมไปด้วยของอร่อย ๆ เต็มไปหมดจนอาจจะเผลอใจกินเข้าไปจนไม่ทันได้คิด แต่ถ้าหากคนยังรักตัวเอง รักคนรอบข้าง ก็อย่าที่ตามใจปากจนเกินไป ไม่ใช่จะให้หยุดกินสะทุกอย่างนะ แต่ให้ทานให้น้อยลง เพราะของพวกนี้เมื่อคุณอายุมากขึ้น ทุกอย่างที่สะสมเป็นเวลานาน ก็จะมาแสดงออกมาพร้อมโรคที่รุมเร้ามากมายจนยากที่จะมาดูแลย้อนหลัง อย่าปล่อยให้พรุ่งนี้ค่อยงด มาทำให้คุณแย่ในอนาคต หันมาใส่ใจสุขภาพอาหารการกิน เพื่อตัวคุณเองเพื่อคนที่คุณรัก วันนี้เราเลยยกตัวอย่างอาหารต่าง ๆ ที่มีความ เสี่ยงที่จะเป็นโรค มาให้ดูเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อการตัดสินใจในการกินอาหารที่จำเจในทุกวันนะค่ะ

 

 

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป (มาม่า)

มีความ เสี่ยงจะเป็นโรค : โรคความดันโลหิตสูง โรคไต โรคอ้วน

สาเหตุ : ทุกคนคงทราบดี แต่เลี่ยงไม่ได้ อาจด้วยความเร่งรีบ หรือเงินไม่พอใช้จ่ายเพราะใกล้สิ้นเดือน จะเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทุกชนิด มีคุณค่าทางอาหารต่ำมาก แถมทานมากไปยังไม่ดีต่อสุขภาพอีกด้วย เนื่องจากผงชูรสในเครื่องปรุงที่มีปริมาณมาก เมื่อได้รับเข้าไปในร่างกายอาจทำให้เกิดโรคต่างๆ อาทิเช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคไต และโรคอ้วน(แป้งจากเส้นบะหมี่) ทานได้ แต่อย่าบ่อยจนเกินไป

 

ไก่ทอด

มีความ เสี่ยงจะเป็นโรค : โรคอ้วน คอเลสเตอรอลในเลือดสูง

เมนูสุดโปรดของใครๆหลายคน ด้วยความกรอบนอกนุ่มใน และความอร่อยที่ยากจะหยุดทาน เเถมหาซื้อได้ง่ายในวันที่เร่งรีบ หรือ กินเล่น ๆกับเพื่อน ครอบครัว เเต่ไก่ทอดแฝงมาด้วยอันตรายหากคุณทานบ่อยๆ จะส่งผลให้ร่างกายมีคอเลสเตอรอลในเลือดสูง มีโอกาสเป็นโรคอ้วน และโรคหัวใจขาดเลือดได้

 

เนื้อย่าง หมูกะทะ

มีความ เสี่ยงที่จะเป็นโรค : โรคมะเร็ง

สาวกบุฟเฟ่ต์ สวรรค์ของคนรักเนื้อย่าง หมูกะทะ  เนื้อสัตว์ที่ถูกย่างไฟจะเกิดสารเบนโซไพรีน สารตัวนี้คือตัวก่อมะเร็งในร่างกาย สำหรับท่านที่ชื่นชอบการทานอาหารประเภทปิ้งย่าง ควรเลือกส่วนที่ไม่ไหม้เกรียมจนเกินไป เพราะอาจสะสมและมีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งได้ในอนาคตเพื่อสุขภาพที่ดีไม่ควรทานบ่อย เอาแค่พอให้หายอยากก็พอ

 

 

ของหมักของดอง

มีความเสี่ยงจะเป็นโรค : โรคความดันโลหิตสูง โรคไต

ผลไม้ดอง ผักดอง และอาหารต่างๆที่นำมาถนอมอาหารด้วยวิธีการดอง ของโปรดของสาว ๆ หลายคนถึงจะอร่อยแต่ไม่ควรทานบ่อยๆ เพราะอาหารประเภทหมักดองจะใช้เกลือเป็นวัตถุดิบหลัก ซึ่งทำให้อาหารที่ดองมีปริมาณโซเดียมสูง เมื่อร่างกายได้รับโซเดียมมากๆ ก็เสี่ยงต่อการเกิดโรคความดันโลหิตสูง โรคไต

 

ไข่เยี่ยวม้า

มีความเสี่ยงจะเป็น โรค : โรคกระดูกผุ กระดูกพรุน

กะเพราหมูสับไข่เยี่ยวม้า ยำไข่เยี่ยวม้า และอีกหลายเมนู น่าทานใช่มั้นล่ะครับ อันตรายไม่ได้อยู่ที่ไข่ แต่อยู่ที่วิธีการทำ การทำไข่เยี่ยวม้า จะใช้ออกไซด์ของตะกั่วผสมลงไป ซึ่งสารตะกั่วถือเป็นโลหะหนักที่มีพิษ หากมีการเติมสารตะกั่วลงไปมาก และสะสมในร่างกายนานๆ จะมีผลทำให้การดูดซึมแคลเซียมของร่างกายลดลง ส่งผลให้ร่างกายขาดแคลเซียม ก่อให้เกิดโรคกระดูกผุ กระดูกพรุนได้นั่นเอง

 

ตับหมู

มีความ เสี่ยงจะเป็นโรค : โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดแข็ง โรคหลอดเลือดสมอง

การทานตับหมูมากๆ เสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดแข็ง และโรคหลอดเลือดสมอง เพราะตับหมูเป็นส่วนที่มีคอเลสเตอรอลสูงมากกว่า 400 มิลลิกรัม ดังนั้นตับหมูก็คืออาหารที่ไม่ควรทานบ่อยเช่นเดียวกัน

 

 

ข้าวเกรียบ

มีความเสี่ยงจะเป็น โรค : โรคเส้นเลือดสมองโป่งพอง โรคหัวใจ โรคไต โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเส้นเลือด

ของว่าง กับแกล้ม เคี้ยวเพลิน ของใครหลายคน หน้าตาดูไม่น่าจะอันตรายๆแต่จริงๆแล้วเต็มไปด้วยพิษสงรอบด้าน เพราะข้าวเกรียบมีทั้งแป้ง ไขมัน น้ำตาล ผงชูรส และเกลือโซเดียมจำนวนมาก เมื่อคุณทานเข้าไปมากๆ ส่วนผสมต่างๆจะสะสมอยู่ในร่างกาย ในระยะยาวจะส่งผลเสียต่อสุขภาพ คือ ทำให้เป็นโรคเส้นเลือดสมองโป่งพอง โรคหัวใจ โรคไต โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเส้นเลือด เป็นต้น ข้าวเกรียบห่อนิดเดียว แต่ได้ของแถมหลายโรค

 

 

 

ไส้กรอก 

มีความเสี่ยงที่จะเป็น โรค  : โรคมะเร็งเนื้องอกในสมอง โรคมะเร็งในเม็ดเลือด โรคมะเร็งในกระเพาะอาหาร โรคมะเร็งในกระเพาะปัสสาวะ

 

“ไส้กรอก” มีให้เห็นทั่วบ้านทั่วเมืองจนชินตา จะร้านสะดวกซื้อ หรือร้านรถเข็นข้างทางก็ดี แต่ใช่ว่าไส้กรอกดีๆจะไม่มีนะครับ แต่สัดส่วนของไส้กรอกที่เต็มไปด้วยอันตรายต่อร่างกายมีอยู่เกินครึ่งในประเทศไทย และส่วนมากเต็มไปด้วยสารกันบูดเพื่อยืดอายุให้นานขึ้น สารไนไตรท์ช่วยให้เนื้อเหนียวนุ่ม ยิ่งคุณทานเข้าไปมากๆ จะเกิดการสะสมและมีโอกาสกลายเป็นโรคมะเร็งในกระเพาะอาหาร โรคมะเร็งเนื้องอกในสมอง โรคมะเร็งในเม็ดเลือด โรคมะเร็งในกระเพาะปัสสาวะ เป็นต้น ยังไม่หมดครับ ไส้กรอกจะขึ้นรูปไม่ได้หากไม่มีถุงหลอด ถุงหลอดผลิตมาจากคอลลาเจนสังเคราะห์ มีไขมันเป็นส่วนประกอบอยู่มาก ซึ่งเมื่อนำไส้กรอกไปปิ้งหรือย่าง จะทำให้เกิดสารพิษที่ชื่อว่า อะคริลาไมด์(Acrylimides) เป็นสารก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้เช่นกัน

กระหล่ำดิบ    

มีความเสี่ยงจะเป็น โรค : โรคคอหอยพอก

ในกะหล่ำปลีดิบ มีสารพิษปนเปื้อนที่ชื่อว่า กอยโตรเจน(Goitrogen) เป็นสารพิษที่เป็นอันตรายต่อต่อมไทรอยด์อย่างมาก เพราะมันจะไปยับยั้งการจับไอโอดีนของต่อมไทรอยด์ ส่งผลให้เป็นโรคคอหอยพอก ฉะนั้นหากอยากรับประทานอย่างปลอดภัย ควรนำมาต้มให้สุกเสียก่อน

 

ผงปรุงรส (ชูรส)

มีความ เสี่ยงจะเป็นโรค : โรคเกี่ยวกับอวัยวะสืบพันธุ์ ลมพิษ ปวดศีรษะ ใจสั่น คลื่นไส้

ไม่ใส่ไม่อร่อยไม่เเซ่บ ใส่โลดนัวคัก เรื่องผลวิจัยของผงชูรส โดยผลวิจัยระบุว่าผงชูรสไม่ได้อันตราย แต่นั่นหมายถึงทานในปริมาณที่ไม่มาก คือไม่เกิน 6 กรัมต่อวัน ง่ายๆก็ไม่เกิน 1 ช้อนชาพูนๆต่อวันหากเกินกว่านี้ จะทำให้กรดกลูตามิกในเลือดสูง กระทบต่อการทำงานของประจุแคลเซียมและแมกนีเซียม ทำให้ปวดศีรษะ ใจสั่น คลื่นไส้ ลมพิษ และมีผลเสียต่ออวัยวะสืบพันธุ์อีกด้วย

 

ของที่รสชาตที่หวานจัด

มีความ เสี่ยงจะเป็นโรค : โรคอ้วน โรคมะเร็ง โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูง

เมื่อร่างกายใช้พลังงานจากความหวานของน้ำตาลไม่หมด ร่างกายก็จะเก็บสะสมความหวานในรูปแบบของไขมัน และนี่แหละคือสาเหตุของโรคอ้วนและโรคมะเร็ง ไปจนถึงโรคน่ากลัวอย่างโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคฟันผุ โรคไขมันในเลือดสูง มีอาการปวดท้อง และท้องอืด อันเนื่องมาจากการหมักหมมของน้ำตาล จนทำให้แบคทีเรียที่อยู่ในทางเดินอาหารผลิตกรดและแก๊สขึ้นมา

 

ของที่รสชาตเค็มจัด

มีความ เสี่ยงที่จะเป็นโรค : โรคมะเร็งกระเพาะอาหาร โรคไต

ส่วนอาหารที่มีรสเค็มจัดนั้นส่วนใหญ่จะมาจากการเติมน้ำปลาและเกลือลงไป ยิ่งผู้สูงอายุที่รับประทานอาหารรสชาติเค็มจัด ก็จะส่งผลกระทบกับร่างกายอย่างมาก เพราะทำให้มีโอกาสเป็นโรคมะเร็งกระเพาะอาหารและเสี่ยงต่อโรคไต

 

 

 

น้ำอัดลม

มีความ เสี่ยงจะเป็นโรค : โรคอ้วน โรคกระดูกพรุน โรคมะเร็ง

โดยทั่วไปน้ำอัดลมจะมีน้ำตาลและสีเป็นส่วนผสม นอกจากนั้นคือแก๊ส เพื่อทำให้เกิดฟอง ความซ่า และรสชาติ โดยแก๊สที่อัดเข้าไปนั้นมันคือ กรดคาร์บอนิก(Carbonic) และยังมีสารเคมีที่เป็นอันตรายมากกว่า นั่นก็คือ กรดกำมะถัน ที่สามารถละลายตะปูได้ภายใน 4 วัน อีกทั้งกรดกำมะถันยังเป็นสาเหตุของโรคอ้วนอีกด้วย เพราะหากสะสมในร่างกายเป็นจำนวนมาก จะทำให้น้ำหนักตัวของคุณขึ้นสูงและลดได้ยากอีกทั้งน้ำอัดลมยังมีน้ำโซดาเป็นส่วนผสมที่ยิ่งสร้างผลเสียกับร่างกาย เพราะมันจะเข้าไปชะล้างแคลเซียมออกจากกระดูก ทำให้เกิดโรคกระดูกพรุน ส่วน สี กลิ่น และรส เป็นสารเคมีสังเคราะห์ทั้งสิ้น สารเหล่านี้เป็นสารก่อมะเร็ง ถ้าได้รับมากเกินไปก็อาจจะทำให้มีความเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งได้ง่าย

ขนมเค้ก

มีความ เสี่ยงจะเป็นโรค : โรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ

ของโปรดของใครหลายๆคน มีส่วนผสมของเนยสด แป้ง น้ำตาล ไข่ ครีมชีส ผงฟู เกลือ นมผง นม สารแต่งกลิ่นต่างๆ ซึ่งส่วนผสมทั้งหมดนี้ล้วนมีโทษต่อร่างกาย หากกินกันมากจนเกินไป ร่างกายก็เสี่ยงต่อการเกิดโรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ

 

กาแฟ

มีความเสี่ยงจะเป็นโรค : โรคนอนไม่หลับ ในผู้หญิงอาจทำให้มีบุตรยากขึ้น โรคกระดูกพรุน

ประโยชน์ของกาแฟมีมาก แต่คุณสมบัติที่ดีของกาแฟจะให้ผลดีกับสุขภาพก็ต่อเมื่อคุณดื่มมันอย่างเหมาะสม ซึ่งโดยปกติแล้วไม่ควรจะเกิน 3 แก้วต่อวัน หากคุณดื่มมันจนเกินความพอดี คุณจะเกิดอาการใจสั่นเพราะร่างกายได้รับกาเฟอีนมากเกินไป อีกทั้งกาเฟอีนยังทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น ทำให้คุณเป็นโรคนอนไม่หลับ อีกทั้งยังก่อให้เกิดอาการหงุดหงิด วิตกกังวล และเกิดอาการทางประสาท ในผู้หญิงอาจทำให้มีบุตรยากขึ้น มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุนสูงหลังหมดวัยมีประจำเดือนมาก ที่สำคัญคือ การดื่มกาแฟมากเกินไปยังมีผลทำให้แก่ก่อนวัย ผิวหนังเหี่ยวย่นเร็วอีกด้วย

 

เบียร์  

มีความเสี่ยงจะเป็นโรค : โรคตับแข็ง โรคมะเร็ง

การดื่มเบียร์มากจนเกินไปอาจส่งผลร้ายกับร่างกายของคุณมากกว่าประโยชน์ที่ควรจะได้รับ เพราะเบียร์อาจทำให้คุณอ้วนได้ เพราะมีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบอยู่มาก ซึ่งน้ำตาลเหล่านั้นก็มาจากการสลายตัวของแป้งที่เป็นธัญพืชที่ใช้ในการหมักทำเบียร์นั่นเอง คุณจึงสังเกตได้ว่าผู้ชายหรือผู้หญิงส่วนใหญ่ที่นิยมดื่มเบียร์จะมีลักษณะบวมหรืออ้วนขึ้นกว่าเดิม ยิ่งถ้าดื่มเป็นประจำเกินความพอดี คุณก็มีสิทธิ์เป็นโรคตับแข็งและโรคมะเร็งได้ด้วยเช่นกัน

 

 

เหล้า     

มีความเสี่ยงจะเป็นโรค : โรคตับแข็ง โรคมะเร็ง

เหล้านั้นมีเอทิลแอลกอฮอล์ผสมอยู่ ซึ่งมีฤทธิ์กดประสาทส่วนกลาง เมื่อดื่มเข้าไปมากๆ จะไปกดสมองบริเวณอื่น ผลที่ตามมาก็คือ ทำให้คุณเสียการทรงตัว เดินไม่ตรง พูดไม่ชัด และในที่สุดก็หมดสติไป ส่วนใหญ่แล้ววัตถุดิบที่เป็นองค์ประกอบหลักของเหล้าก็คือ น้ำตาลหมัก และยีสต์ แม้ว่าเหล้าจะมีประโยชน์อยู่บ้างแต่นั่นก็ไม่ใช่ทั้งหมด เช่น ช่วยขยายหลอดเลือดเพื่อให้เลือดเดินทางได้อย่างสะดวก แต่นั่นคือการดื่มในปริมาณน้อยๆ เท่านั้น เพราะถ้าดื่มมากไปมันจะกลายเป็นโทษทันที และที่เลวร้ายกว่าหมดสติก็คือ คุณจะเป็นโรคตับแข็งและกลายเป็นโรคมะเร็งร้ายในที่สุด

คอมเม้นท์มาสิ อย่ารอช้า...

comments

2 Responses

Leave a Reply

Your email address will not be published.

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.