ฟุตบอลโลก 2018 บุกบ้านหมีขาว! พบกับเจ้าภาพ ครั้งที่ 21

ฟุตบอลโลก ปี2014 ครั้งที่ 20 กับประเทศบราซิลที่เป็นเจ้าภาพจัดงาน และแล้วก็ครบ 4 ปีที่รอคอย ไวมากเหมือนโกหกนะคะเหมือนเพิ่งได้ดูไปไม่นานนี้ส่งมอบหน้าที่เจ้าภาพฟุตบอลโลกปี2018 ครั้งที่21 นี้ให้กับประเทศหมีขาวหนาวมาก หนาวกว่าลำปางหนาวมากแน่นอน รู้กันอยู่แล้วใช่มั้ยคะว่าประเทศอะไร? นั่นก็คือ… “ประเทศรัสเซีย” นั่นเอง

ฟุตบอลโลก

ซึ่งทางประเทศรัสเซียได้เตรียมเมืองหลักๆ หลายเมืองในการเป็นสนามการแข่งขัน เช่น มอสโก, เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก, คาลินินกราด, วอลโกกราด, โซชิ, ซามาร่า,คาซาน, ยาโรสลาฟ และอื่นๆ อีกหลายเมือง รวมทั้งสิ้น 13 เมืองด้วยกันครับ ซึ่งในโครงการนี้ มีทั้งการสร้างสนามใหม่ 9 แห่ง และจะเป็นการปรับปรุงสนามเก่าอีก7 แห่ง โดยสนามสำคัญที่จะใช้ในรอบชิงชนะเลิศ คือ สนาม “ลุชนีกี สเตเดียม” ในกรุงมอสโก ที่รองรับความจุผู้ชมได้ถึง 90,000 ที่นั่ง ซึ่งมติในการได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพนั้น รัสเซียสามารถเอาชนะคู่แข่งที่เสนอตัวอย่าง โปรตุเกส, สเปน, เบลเยียม, เนเธอร์แลนด์ และอังกฤษ ในการโหวตรอบสุดท้ยไปอย่างขาดลอย จากคณะกรรมการโดยการแข่งขันฟุตบอลโลกนั้นจะเริ่มขึ้นวันที่14 มิถุนายน – 15 กรกฎาคม ค.ศ. 2018 นี้!

           พิธีเปิดศึกฟุตบอลโลก 2018 จะมีขึ้นที่สนามลุซนิกิ สเตเดี้ยม ในกรุงมอสโก วันที่ 14 มิ.ย.นี้ โดย “เจ้าภาพ”รัสเซีย ได้เชิญศิลปินดังมาร่วมโชว์ลูกคอขับกล่อมความครื้นเครง นำโดย ร็อบบี วิลเลียมส์ นักร้องดังชาวอังกฤษ เจ้าของเพลงฮิตอย่าง She’s The One และ Better man

พูดถึงพิธีเปิดกันไปแล้ว แน่นอนต้องมีเพลงประจำปีสร้างสีสันให้กับฟุตบอลโลกครั้งนี้แน่นอน ปล่อยออกมาอย่างเป็นทางการแล้วค่ะกับเพลงที่ชื่อว่า

‘ Live it up ‘

สำหรับเพลงดังกล่าวที่ขับร้องโดย นิคกี้ แจม ศิลปินชื่อดังจากแดนมะกัน ฟีทเจอริงกับ อีรา อิสเตรฟี นักร้องสาวชาวโคโซโว และวิล สมิธ นักแสดงชื่อก้อง โดยคงสไตล์ฟุตบอลโลกที่ใช้นักร้องเชื้อชาติต่าง ๆ เพื่อให้เพลงมีสำเนียงที่หลากหลาย สื่อถึงฟุตบอลโลก ซึ่งเป็นมหกรรมกีฬาของคนทั่วโลก ได้ปล่อยให้แฟนบอลทั่วโลกได้รับฟังกันเมื่อ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา

ล่าสุดได้มีการปล่อยเอ็มวีของเพลง ไลฟ์ อิท อัพ ออกมาเป็นที่เรียบร้อย โดยในเอ็มวีมีภาพของศิลปินทั้ง 3 คนกำลังร้องเพลง สลับกับภายในแมตช์ต่างๆของศึกเวิลด์ คัพ ครั้งที่ผ่านมา

มาต่อความสนุกันกับอีกเพลงค่ะ ต้องบอกว่าเพลงนี้คือเพลงทางการของ โค้ก ผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ… อ๊ะๆ คุ้นมั้ยคะ งานนี้ได้ศิลปินชื่อดังอย่าง เจสัน เดรูโล่ เจ้าของเพลงฮิตอย่าง Wiggle, Talk Dirty, In My Head และ Whatcha Say มาขับร้องในซิงเกิ้ลใหม่ล่าสุด Colors

 ‘ Colors ‘

 

การแข่งขันเวิลด์คัพ 2018 จะจัดขึ้นใน 11 เมืองเจ้าภาพ – 10 เมืองอยู่ในทวีปยุโรป และอีก 1 เมืองอยู่ในทวีปเอเชีย ซึ่งมีจำนวนเมืองมากที่สุดในประวัติศาสตร์การแข่งขันเวิลด์คัพ ส่วนสนามแข่งขันจะใช้ 12 สนาม โดยภาพรวม สนามใหญ่ที่สุด คือ ลุจนีกี สเตเดียม ในกรุงมอสโกความจุ 81,000 ที่นั่ง ส่วนสนามแข่งเล็กที่สุด คือ คาลินินกราด สเตเดียม ในเมืองคาลินินกราด ความจุ 35,212 ที่นั่ง

แผนที่ของแต่ละสนาม

ฟุตบอลโลก

 

  • กรุงมอสโก:

      1.ลุจนีกี สเตเดียม – ความจุ 81,000 ที่นั่ง

ฟุตบอลโลก

      2.สปาร์ตัก สเตเดียม – ความจุ 42,000 ที่นั่ง

ฟุตบอลโลก

  • นครเซนต์ปีเตอร์เบิร์ก:

      3.เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก สเตเดียม – ความจุ 68,134 ที่นั่ง

ฟุตบอลโลก

  • เมืองเยคาเตรินเบิร์ก: 

      4.เยคาเตรินเบิร์ก อารีนา – ความจุ 35,696 ที่นั่ง

ฟุตบอลโลก

  • เมืองคาซาน:

      5. คาซาน อารีนา – ความจุ 45,379 ที่นั่ง

ฟุตบอลโลก

  • เมืองโซชี: 

      6. ฟิชต์ สเตเดียม – ความจุ 47,659 ที่นั่ง

ฟุตบอลโลก

  • เมืองรอสตอฟ-ออน-ดอน: 

      7.รอสตอฟ อะรีนา – ความจุ 45,000 ที่นั่ง

ฟุตบอลโลก

  • เมืองนิจนี นอฟโกรอด: 

      8. นิจนี นอฟโกรอด สเตเดียม – ความจุ 44,899 ที่นั่ง

ฟุตบอลโลก

  • เมืองซามารา: 

     9. ซามารา อารีนา – ความจุ 45,568 ที่นั่ง

ฟุตบอลโลก

  • เมืองซารานสค์: 

      10. ซารานสค์ สเตเดียม (มอร์โดเวีย อารีนา) – ความจุ 44,442 ที่นั่ง

ฟุตบอลโลก

  • เมืองวอลโกกราด:

      11. วอลโกกราด อารีนา – ความจุ 45,568 ที่นั่ง

ฟุตบอลโลก

  • เมืองคาลินินกราด:

      12.คาลินินกราด สเตเดียม – ความจุ 35,212 ที่นั่ง

ฟุตบอลโลก

 

ดูสนามสุดอลังจากเจ้าภาพกันไปแล้ว เรามาต่อกันที่ทีมนักเตะแต่ละประเทศกันเลยดีกว่าจ้า ทั้งหมดที่ลงแข่งนั้นมี 32 ทีมที่ได้ไปเล่นฟุตบอลโลก 2018 รอบสุดท้าย แบ่งเป็นGroupA – Group H ได้ดังนี้

ฟุตบอลโลก

  1. รัสเซีย (เจ้าภาพ)
  2. บราซิล (จ่าฝูง คัดเลือกโซนอเมริกาใต้)
  3. อิหร่าน (แชมป์กลุ่ม เอ คัดเลือกรอบสุดท้าย
  4. ญี่ปุ่น (แชมป์กลุ่ม บี คัดเลือกรอบสาม โซนเอเชีย)
  5. เม็กซิโก (จ่าฝูงคัดเลือกโซนคอนคาเคฟ)
  6. เบลเยียม (แชมป์กลุ่ม เอช คัดเลือกโซนยุโรป)
  7. เกาหลีใต้ (รองแชมป์กลุ่ม เอคัดเลือกรอบสาม โซนเอเชีย)
  8. ซาอุดีอาระเบีย (รองแชมป์กลุ่ม บี คัดเลือกรอบสาม โซนเอเชีย)
  9. เยอรมนี (แชมป์กลุ่ม ซี คัดเลือกโซนยุโรป)
  10. อังกฤษ (แชมป์กลุ่ม เอฟ คัดเลือกโซนยุโรป)
  11. สเปน (แชมป์กลุ่มจี คัดเลือกโซนยุโรป)
  12. ไนจีเรีย (แชมป์กลุ่มบี คัดเลือกโซนแอฟริกา)
  13. คอสตาริกา (การันตีเข้ารอบโซนคอนคาเคฟ)
  14. โปแลนด์ (แชมป์กลุ่มอี คัดเลือกโซนยุโรป)
  15. อียิปต์ (แชมป์กลุ่มอี คัดเลือกโซนแอฟริกา)
  16. เซอร์เบีย (แชมป์กลุ่มดี คัดเลือกโซนยุโรป)
  17. ไอซ์แลนด์ (แชมป์กลุ่มไอ คัดเลือกโซนยุโรป)
  18. โปรตุเกส (แชมป์กลุ่มบี คัดเลือกโซนยุโรป)
  19. ฝรั่งเศส (แชมป์กลุ่มเอ คัดเลือกโซนยุโรป)
  20. อุรุกวัย (รองแชมป์โซนอมเริกาใต้)
  21. อาร์เจนตินา (อันดับ 3 โซนอเมริกาใต้)
  22. โคลอมเบีย (อันดับ 4 โซนอเมริกาใต้)
  23. ปานามา (อันดับ 3 โซนคอนคาเคฟ)
  24. เซเนกัล (แชมป์กลุ่มดี คัดเลือกโซนแอฟริกา)
  25. ตูนิเซีย (แชมป์กลุ่มเอ คัดเลือกโซนแอฟริกา)
  26. โมร็อกโก (แชมป์กลุ่มซี คัดเลือกโซนแอฟริกา)
  27. สวิตเซอร์แลนด์ (เพลย์ออฟ โซนยุโรป)
  28. โครเอเชีย (เพลย์ออฟ โซนยุโรป)
  29. สวีเดน (เพลย์ออฟ โซนยุโรป)
  30. เดนมาร์ก (เพลย์ออฟ โซนยุโรป)
  31. ออสเตรเลีย (เพลย์ออฟ โซนคอนคาเคฟ-เอเชีย)
  32. เปรู (เพลย์ออฟ โซนอเมริกาใต้-โซนโอเชียเนีย)

 

 

ขอบคุณที่มา: vexels Posttoday ข่าวสด กรุงเทพธุรกิจ FourFourTwo 

บทความอื่นๆ: ท่องเที่ยวตะลุเตา

 

 

คอมเม้นท์มาสิ อย่ารอช้า...

comments

Leave a Reply

Your email address will not be published.

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.